ยังข้างๆ อู๋เหลาโก่วแล้วนั่งยองๆ ลง พูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจว่า “ผมเดาว่า คราวนี้คุณกำลังมองหญ้าเล็กๆ อยู่”อู๋เหลาโก่วชำเลืองมองหลินชีเยี่ยแวบหนึ่ง แล้วส่ายหน้า “ไม่ ฉันกำลังมองก้อนหินเล็กๆ อยู่”เสียงของเขาดูเหมือนจะแตกต่างจากตอนกลางวันไปบ้าง ลดความขุ่นมัวและแหลมสูงลง เพิ่มความมั่นคงและสงบนิ่งขึ้นหลินชีเยี่ยยิ้มเล็กน้อย อดไม่ได้ที่จะถามว่า “คุณเป็นคนที่ไหนกันแน่? ทำไมถึงชอบใช้คำลงท้ายแบบนี้จัง?”อู๋เหลาโก่วจดจ่ออยู่กับพื้นว่างเปล่าตรงหน้า ราวกับไม่ได้ยินคำถามของหลินชีเยี่ย นั่งยองๆ อยู่ตรงนั้นเหมือนรูปปั้นไม่ขยับเขยื้อนหลินชีเยี่ยส่ายหน้าแล้วลุกขึ้นยืน ล้มเลิกความคิดที่จะสื่อสารกับอู๋เหลาโก่วโดยสิ้นเชิงขณะที่เขากำลังจะจากไป อู๋เหลาโก่วที่อยู่ด้านหลังก็พูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน“นายชอบกินอะไร?”“อะไรนะ?” หลินชีเยี่ยชะงัก หันกลับไปมองอู๋เหลาโก่วอู๋เหลาโก่วยังคงนั่งยองๆ อยู่ตรงนั้นเงียบๆ จ้องมองพื้นที่ว่างเปล่าตรงหน้า ราวกับเมื่อครู่ไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยหลินชีเยี่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังตอบว่า “ผมชอบกินปลา แล้วคุณล่ะ?”“นายชอบกินปลา” อู๋เหลาโก่วพึมพำ “แต่ก็มีคนที่ไม่ชอบ”หลินชีเยี่ยถามอย่างสงสัย “มีคนไม่ชอบกินปลา แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม?”“ฉันได้ยินมาว่า ยังมีคนที่ชอบกิน……บะหมี่เนื้อวัวผักดองห้าเครื่องเผ็ดร้อนหอมฉุยเวียนวนสู่สวรรค์” อู๋เหลาโก่วพูดประโยคนี้ออกมาราวกับกำลังสวดมนต์“คุณพูดอะไรนะ?”