หลินชีเยี่ยปิดประตูห้องแล้วลากหลี่อี้เฟยไปที่ลานกว้าง ก่อนจะปล่อยมือจากปากของอีกฝ่าย“ชีเยี่ย ทำไมนายไม่ให้ฉันพูดล่ะ?” หลี่อี้เฟยอดไม่ได้ที่จะถาม“นี่เรียกว่าถามอ้อมๆ งั้นเหรอ?” หลินชีเยี่ยถอนหายใจอย่างจนปัญญา “อาการของบรากีซับซ้อนกว่าที่ฉันคิดไว้ฉันคิดว่าปัญหาหลักอยู่ที่บุคลิกผู้หญิงในตอนกลางคืน ถ้าตอนนี้บอกบรากีไปตรงๆ อาจทำให้จิตใต้สำนึกของเขาต่อต้าน……”“โอ้……” หลี่อี้เฟยพยักหน้าอย่างไม่ค่อยเข้าใจ “แล้วต่อไปเราจะทำยังไงดีล่ะ?”หลินชีเยี่ยครุ่นคิดครู่หนึ่ง “คืนนี้ฉันจะลองคุยกับบุคลิกผู้หญิงนั่นดู ส่วนเรื่องอื่นๆ ค่อยว่ากันทีหลัง แต่ก่อนที่จะวินิจฉัยอาการของเขาได้แน่ชัด นายอย่าเอ่ยถึงเรื่องตอนกลางคืนกับเขาอีกนะ”“ก็ได้”…เรือนจำ ศูนย์ไจเจี้ยเสียงโซ่ตรวนดังกังวาน……ในระเบียงทางเดินที่ทั้งแคบและมืด เด็กหนุ่มในชุดนักโทษลายทางขาวดำกำลังลากโซ่ตรวนหนักอึ้งเดินเท้าเปล่าอย่างช้าๆ ด้านหลังมีผู้คุมสี่คนถืออาวุธปืนเดินตาม ส่วนด้านหน้าเป็นชายในเสื้อโค้ทสีดำสองข้างทางเดินมีลูกกรงเหล็กสีดำกั้นเป็นห้องขังแยกต่างหาก นักโทษในห้องขังต่างลุกขึ้นยืนจ้องมองนักโทษคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาอย่างพินิจพิเคราะห์เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย กวาดตามองไปรอบๆ ดวงตาเปล่งประกายสีเทาจางๆในที่สุด ชายเสื้อโค้ทสีดำที่เดินนำหน้าก็หยุดฝีเท้า เขาก้มมองเอกสารในมือแล้วเอ่ยเสียงเย็นเยี่ยบ“หมายเลข 07293 อันชิงอวี๋ นี่คือห้องขังของนาย”ผู