้คุมด้านหลังล้วงกุญแจออกมาปลดโซ่ตรวนที่มือและเท้าของอันชิงอวี๋ ก่อนจะผงกศีรษะไปทางห้องขังด้านหน้าบอกให้เขารีบเข้าไปอันชิงอวี๋กวาดตามองห้องขังแวบหนึ่งแล้วเดินเข้าไปเงียบๆ ผู้คุมปิดประตูห้องขังแล้วเดินตามชายเสื้อโค้ทสีดำจากไปเขายืนอยู่กลางห้องขัง ดวงตาสีเทาค่อยๆ กวาดมองทุกซอกทุกมุม ก่อนจะยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นราวกับรูปปั้น“เฮ้ย! ไอ้หนู!” เสียงแหลมดังมาจากห้องขังฝั่งตรงข้าม “แกทำอะไรมา?”ประกายสีเทาในดวงตาพลันจางหายไป เขาหันไปมองชายตาเดียวในห้องขังฝั่งตรงข้ามแล้วตอบช้าๆ “ขโมยของนิดหน่อย”“ขโมยของเหรอ? ฮึฮึ คนที่ถูกขังที่นี่เพราะเรื่องแบบนี้ก็มีไม่มากนักหรอก” ชายตาเดียวพินิจใบหน้าอันสงบนิ่งของเด็กหนุ่ม ดวงตาข้างเดียวที่เหลืออยู่เริ่มฉายแววตัณหาราคะ “ไอ้หนู ไม่คิดเลยว่าแกจะหน้าตาขาวสะอาดขนาดนี้ ถึงจะสู้ไอ้ป่วยเมื่อวานไม่ได้ แต่ฉันชอบเด็กผู้ชายอ่อนแอแบบแกนี่แหละ ต่อไปมาอยู่กับฉันเถอะ ฮึฮึฮึ……”อันชิงอวี๋หรี่ตาลงเล็กน้อย เขาจ้องมองชายตาเดียวที่มีรอยยิ้มแห่งตัณหาเต็มใบหน้า ราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงข้างในครู่หนึ่งต่อมา เขาจึงส่ายหัว “ฉันไม่สนใจร่างกายของคนไร้ค่าหรอก”เมื่อได้ยินประโยคนั้น สีหน้าของชายตาเดียวพลันแข็งค้าง ดวงตาลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ เขายิ้มอย่างดุร้ายพลางเอ่ยว่า “ไอ้หนู ดูเหมือนแกจะไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเสียแล้ว……ถ้ามีฝีมือก็อยู่ในคุกนี่แหละ อย่าออกไป ไม่งั้น……”อันชิงอวี๋ไม่สนใจคำขู่ข