ูกผู้คุมลากไปเหมือนสุนัขตาย ก่อนจะถ่มน้ำลายลงพื้น แล้วแค่นเสียงเย็น“หาโอกาสจัดการไอ้ขยะหลิวเหมิ่งซะ”“คนที่ทรยศฉัน ไม่มีทางจบดีแน่……”…“ผมไม่ได้บอกคุณเหรอว่า อย่าเข้าใกล้พวกนักโทษมากเกินไป? ทำไมคุณถึงไปทำร้ายคนล่ะ?” ผู้ช่วยพยาบาลที่พาหลินชีเยี่ยออกมาอดถามไม่ได้“นี่ไม่ใช่ความผิดของผมนะ พวกเขาลงมือก่อน” หลินชีเยี่ยยักไหล่ “ผมแค่ป้องกันตัวเอง ไม่ได้อาการโรคทางจิตกำเริบ”“จะเป็นโรคทางจิตหรือไม่ ก็ต้องให้คุณหมอหลี่เป็นคนตัดสิน” ผู้ช่วยพยาบาลกล่าว“ทำไมพวกคุณถึงเชื่อคุณหมอหลี่กันนักล่ะ? เขาเป็นใครกัน?” หลินชีเยี่ยถามอย่างสงสัย“คุณหมอหลี่เป็นจิตแพทย์ที่เก่งที่สุดในต้าเซี่ย และยังเป็นที่ปรึกษาด้านจิตวิทยาของกองบัญชาการหน่วยพิทักษ์ราตรี ผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีปัญหาทางจิตในหน่วยพิทักษ์ราตรีหรือผู้ครอบครองผนึกต้องห้าม ล้วนได้รับการรักษาจากเขาอาจกล่าวได้ว่าเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในด้านโรคทางจิต”หลินชีเยี่ยพยักหน้าอย่างครุ่นคิดขณะที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกัน เด็กหนุ่มก็เดินผ่านประตูโปร่งใสกลับเข้าไปในอาคารของโรงพยาบาลจิตเวชหยางกวงอีกครั้ง ทันทีที่เข้าไปในทางเดิน ก็มีคนสองคนเดินสวนมาคนหนึ่งเป็นพยาบาล ส่วนอีกคนสวมชุดผู้ป่วยเหมือนกับหลินชีเยี่ยเขาเป็นชายวัยกลางคนที่ดูรกรุงรัง ผมยุ่งเหยิงเหมือนรังนก มือทั้งสองกำแน่นห้อยอยู่ข้างลำตัว ดูเหมือนหลังจะค่อมเล็กน้อย ดวงตาทั้งคู่มองสำรวจรอบๆ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ใ