งเห็นหน้าเขาแล้วชะงักเล็กน้อย “นายเองเหรอ?”“ใช่ครับ หัวหน้าหงอิง” อันชิงอวี๋ยิ้มขมขื่น “ขอโทษด้วย ผมมีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะได้พบกับพวกคุณ”“นายคือเด็กหนุ่มที่ร่วมรบกับพวกเราเมื่อปีที่แล้ว” เวินฉีโม่จำอันชิงอวี๋ได้แล้ว “นายล่อพวกเรามาทำไม?”“ผมอยากไปหาหลินชีเยี่ย” อันชิงอวี๋พูดอย่างจริงใจ “ช่วยบอกผมหน่อยว่าเขาอยู่ที่ไหน”หงอิงกับเวินฉีโม่สบตากัน ดวงตาฉายแววจนใจ หงอิงส่ายหน้า “เขาไม่ได้อยู่ที่ชางหนาน เขาถูกส่งเข้าศูนย์ไจเจี้ยตั้งแต่ปีที่แล้ว”“ศูนย์ไจเจี้ย?” อันชิงอวี๋ตกใจ “คุกนั่นน่ะเหรอ? เขาถูกขังงั้นเหรอ? เขาทำผิดอะไร?”“เขาไม่ได้ทำผิดอะไร แค่… มีปัญหาทางจิตเล็กน้อย กำลังรักษาอยู่” เวินฉีโม่ตอบอันชิงอวี๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ปัญหาทางจิต……รักษาในคุกเนี่ยนะ?”หงอิงอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เวินฉีโม่พูดแทรกขึ้นมาก่อน “สรุปคือ ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ที่นี่ ถ้านายอยากหาเขา ในเวลาอันสั้นคงหาไม่เจอหรอก”อันชิงอวี๋ก้มหน้าลง จมอยู่ในภวังค์ความคิด“ถ้าคราวหน้าจะหาพวกเรา ไปที่สำนักงานเหอผิงโดยตรงก็พอ ไม่ต้องใช้ฝูงหนูอีก” เวินฉีโม่พาหงอิงหมุนตัวเดินออกไปนอกโรงงานตอนที่ทั้งสองคนกำลังจะเดินห่างออกไป อันชิงอวี๋ก็พูดขึ้นมาทันที “เดี๋ยวก่อน!”หงอิงและเวินฉีโม่จึงหยุดฝีเท้าพร้อมกันอันชิงอวี๋ก้าวเดินมาข้างหน้าพวกเขา ยื่นข้อมือทั้งสองข้างออกมา“นี่นาย……” เวินฉีโม่พูดขึ้นอย่างสงสัย“ผมคือ ‘ผู้ขโมยสิ่งลี้ลับ’”