อันชิงอวี๋ตอบ“ฉันรู้ว่านายคือผู้ขโมยสิ่งลี้ลับ แต่เห็นแก่ที่นายเคยร่วมปกป้องชางหนานกับพวกเรา เรื่องที่ผ่านมาพวกเราจะไม่เอาผิดหรอก วางใจได้” หงอิงตบไหล่เขาเบาๆ“ไม่ ผมคือผู้ขโมยสิ่งลี้ลับ ผมขโมยศพของสิ่งลี้ลับมาหลายศพ ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยพิทักษ์ราตรีถือเป็นผู้มีพลังพิเศษที่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของสาธารณะชน” อันชิงอวี๋มองทั้งสองคนพลางพูดอย่างจริงจัง“ตามกฎของหน่วยพิทักษ์ราตรี ผมต้องถูกจับกุมและส่งตัวไปที่ศูนย์ไจเจี้ย”“นาย……อยากไปศูนย์ไจเจี้ยเพื่อหาหลินชีเยี่ยเหรอ?” เวินฉีโม่ชะงัก “นั่นมันคุกนะ นายเข้าไปแล้วก็ออกมาไม่ได้แล้ว”“ผมติดหนี้บุญคุณเขาอยู่” อันชิงอวี๋ยักไหล่ “ถ้าเขาเป็นโรคทางจิตจริงๆ ผมน่าจะช่วยเขาได้ เพราะผมเชี่ยวชาญการผ่าตัดสมองมาก ถ้าเขาไม่ได้ป่วย แค่ถูกกักขังอยู่ที่นั่น……บางที ผมอาจจะเป็นคนเดียวในโลกนี้ที่มีความสามารถช่วยให้เขาแหกคุกได้”หงอิงและเวินฉีโม่หันไปสบตากันอีกครั้ง ต่างเห็นความตกตะลึงในดวงตาของอีกฝ่าย“ทำไมนายถึงอยากช่วยเขาขนาดนี้?” หงอิงอดถามไม่ได้“ผมติดหนี้บุญคุณเขาอยู่” อันชิงอวี๋พูดเรียบๆ “หนี้บุญคุณของผม มีน้ำหนักมากนะ”“แค่เพราะเหตุผลนี้เหรอ?”“ก็ไม่ใช่ทั้งหมด……” อันชิงอวี๋ดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาเปล่งประกายแปลกๆ“งานวิจัยของผมเสร็จสิ้นหมดแล้ว บ้านที่ชางหนานก็ไม่มีแล้ว การที่ผมอยู่ที่นี่ต่อไปก็ไม่มีความหมาย”“ถ้าเป็นงั