าเขาจะรอดพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้หรือไม่ก็ยังไม่แน่ชัดการบังคับรับการสถิตย์วิญญาณของเมอร์ลิน และใช้ ‘ปาฏิหาริย์’ ยืดเวลามานานขนาดนี้ เมื่อสิ้นสุดการสถิตย์วิญญาณ ผลกระทบที่สะท้อนกลับมาก็เพียงพอที่จะทำให้วิญญาณของเขาสลายไปได้ทันที แม้จะรอดชีวิตมาได้โดยบังเอิญ ก็อาจจะสูญเสียสติไปเป็นเวลานานตอนนี้ หลินชีเยี่ยทำได้เพียงพยายามทิ้ง ‘ปาฏิหาริย์’ ไว้ในร่างกายของตัวเอง เพื่อดูว่าจะได้ผลหรือไม่ขณะนี้ในร่างกายของเขายังเหลือพลังเทพอยู่บ้าง แต่หลินชีเยี่ยไม่ใช่เทพเจ้า พลังเทพเหล่านี้จะค่อยๆ สลายไปตามกาลเวลาอย่างรวดเร็ว และในที่สุดก็จะหายไปโดยไร้ร่องรอยทันใดนั้น หลินชีเยี่ยดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงยื่นมือเปิดประตูมิติ แล้วก้าวเข้าไปในนั้นสำนักงานเหอผิงอู๋เซียงหนาน หงอิง เวินฉีโม่ ทั้งสามคนนั่งอย่างหมดอาลัยตายอยากอยู่บนดาดฟ้า มองดูเมืองตรงหน้าที่เปลี่ยนไปจนจำไม่ได้ด้วยความเงียบงันทันใดนั้น ประตูมิติสีขาวพลันเปิดขึ้นด้านหลังพวกเขา หลินชีเยี่ยสวมเสื้อคลุมยาวสีน้ำเงินเข้มเดินออกมา เมื่อเห็นภาพตรงหน้า เขาก็ชะงักไปเล็กน้อยหงอิงหันหน้ามามอง เมื่อเห็นหลินชีเยี่ยเดินออกมา ดวงตาที่แดงก่ำอยู่แล้วก็เริ่มมีน้ำตาคลอขึ้นมาอีกครั้ง“เกิดอะไรขึ้น?” หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย “หัวหน้าหน่วยล่ะครับ? แล้วซือเสี่ยวหนานกับเหลิ่งเซวียนล่ะ?”อู๋เซียงหนานกับเวินฉีโม่ก้มหน้าลง ไม่ตอบอะไรสักคำหงอิงกัดริมฝีปาก จู่ๆ ก็โผเข้า