พื้นดินสีเทาขาวดูราวไร้ที่สิ้นสุด หลุมอุกกาบาตแตกกระจายอยู่รอบด้าน ท้องฟ้าสีทมิฬปกคลุมเบื้องบน ในห้วงอวกาศอันไกลโพ้นนั้น ดวงดาวนับพันพราวระยับอยู่ทั่วฟากฟ้าหลินชีเยี่ยยืนอยู่ในหลุมอุกกาบาตขนาดมหึมา เงยหน้ามองท้องฟ้า เห็นดาวเคราะห์สีฟ้าสดใสกำลังหมุนช้าๆ อยู่ที่ขอบฟ้าอีกด้านหนึ่งดาวเคราะห์ดวงนี้ถูกหมอกสีเทาปกคลุมเกือบทั้งหมด มองไปไกลสุดสายตา เห็นเพียงต้าเซี่ยและขั้วโลกเหนือเท่านั้นที่ยังคงอยู่ ไม่ถูกหมอกกลืนกิน“ที่นี่คือ… ดวงจันทร์?” หลินชีเยี่ยพึมพำกับตัวเอง เมื่อเห็นภาพตรงหน้าเขาละสายตา มองไปยังร่างที่ดูราวกับรูปปั้นร่างสูงสิบกว่าเมตร ทั่วทั้งร่างแผ่รัศมีสีทอง ด้านหลังมีปีกขนาดใหญ่หกปีก สีขาวสะอาดดั่งหิมะ แสงอาทิตย์ส่องมาจากขอบฟ้าอีกด้าน ทำให้ปีกดูมีขอบสีทองงดงามภาพนี้เหมือนกับที่เขาเห็นเมื่อสิบปีก่อนไม่มีผิดเขามาถึงดวงจันทร์จริงๆ หรือ?หรือว่า… เขาย้อนกลับไปในความทรงจำ และได้เห็นภาพนี้อีกครั้ง?เมื่อเทียบกันแล้ว หลินชีเยี่ยเชื่อว่าเป็นอย่างหลังมากกว่า เพราะเมื่อเขาก้มมอง พบว่าตัวเองไม่มีร่างกายจริงๆมีเพียงจิตสำนึกของตนเองที่อยู่ที่นี่ทันใดนั้น เซราฟที่ดูราวกับรูปปั้นก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นดวงตาที่ร้อนแรงดั่งเตาหลอมปรากฏขึ้น แทบจะบดบังแสงอาทิตย์เบื้องหลัง พลังศักดิ์สิทธิ์มหาศาลพลุ่งพล่านออกมา ลงมาสู่พื้นดินหลินชีเยี่ยหลับตาลงด้วยสัญชาตญาณ เพราะเขาไม่อยากตาบอดอีกครั้ง…“เจ้ามาแล้ว” เสียงที่ท