อทำลายทั้งเมืองชางหนาน……ตอนนั้น ฉันอยู่ในเขตชางหนานพอดี”เฉินมู่เหยี่ยยิ้มขมขื่นพลางส่ายหน้า “โชคดีที่มีหลินชีเยี่ย ฉันจึงมีโอกาสมีชีวิตอยู่ต่อ ตอนนั้นฉันยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจากรู้ความจริงทั้งหมดจากปากผู้บัญชาการ ฉันก็อาสาอยู่เฝ้าชางหนาน ซ่อน [ความแค้นของพระศิวะ] ไว้ ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่ได้กลับไปที่เมืองหลวงอีก และเงียบหายไป”“หลังจากนั้น พวกนายก็มา……”พูดถึงตรงนี้ เขาล้วงเข้าไปในอก หยิบม้วนหนังแกะที่ห่อหุ้มด้วย [ผ้าไร้พันธะ] ออกมาส่งให้หงอิง“เสี่ยวหนานไม่ได้เอา [ความแค้นของพระศิวะ] ไป เธอไม่ใช่คนไม่ดี ต่อจากนี้……ฉันคงไม่สามารถเฝ้าสิ่งนี้ได้อีกแล้ว หงอิง เธอช่วยเก็บรักษามันไว้แทนฉัน เมื่อคนจากเบื้องบนมา ก็ให้ส่งมอบมันไป”ร่างกายของเฉินมู่เหยี่ยหายไปครึ่งหนึ่งแล้ว จุดแสงสีทองส่องสว่างจากมุมมืด หงอิงร้องไห้จนหน้าเปียกชุ่ม เธอรับ [ความแค้นของพระศิวะ] จากมือของเฉินมู่เหยี่ย ก่อนจะพยักหน้าอย่างหนักแน่นเฉินมู่เหยี่ยก้มหน้าลง หยิบเหรียญตราของตัวเองออกจากกระเป๋า พึมพำตัวอักษรเล็กๆ ด้านหลังเบาๆ จากนั้นก็มองเมืองตรงหน้า ก่อนจะยิ้มออกมา“ฉัน เฉินมู่เหยี่ย ได้เฝ้ามองเมืองนี้มาสิบปี ตอนนี้……ถึงเวลาที่จะจากไปพร้อมกับมันแล้ว”“หัวหน้า!!” หงอิงร้องไห้พลางยื่นมือออกไป ราวกับจะคว้าจุดแสงที่กำลังสลายไว้ แต่กลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่าเฉินมู่เหยี่ยกวาดตามองใบหน้าของทุกคน เขายิ้มแล้วพูดว่า“อ้อ ถ้าได้