หวยไห่ ตอนนั้นยังไม่ได้มาเมืองชางหนาน”อู๋เซียงหนานครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วพูดช้าๆ ว่า“ฉันจำได้ว่า ในพวกเรา คนที่อยู่เมืองชางหนานมาสิบปี น่าจะมีแค่……”พูดถึงตรงนี้ เขาก็ชะงักไป ราวกับนึกอะไรออก จึงหันไปมองด้านข้างอย่างรวดเร็วเฉินมู่เหยี่ยที่นั่งอยู่ตรงขอบดาดฟ้าคนเดียว ก้มมองร่างกายตัวเอง ดวงตาฉายแววขมขื่นร่างกายของเขากำลังหายไปจุดแสงสีทองเริ่มสลายจากปลายนิ้วของเขา ค่อยๆ แผ่ไปที่ฝ่ามือ ข้อมือ แขน……แสงสีทองส่องสว่างทั่วทั้งใบหน้าเขามองเมืองที่กำลังหายไป ดวงตาสะท้อนจุดแสงที่เต็มไปทั่วเมืองราวกับดวงดาวที่ส่องประกายระยิบระยับ“หัวหน้า!!” หงอิงเห็นภาพนั้นแล้วก็ชะงักค้าง ครู่ต่อมา เธอก็วิ่งเหมือนคนบ้าไปหาเฉินมู่เหยี่ย เธอจ้องมองจุดแสงเหล่านั้น ทั้งร่างพลันสั่นสะท้าน“หัวหน้า คุณ……”“ไม่เป็นไร” เฉินมู่เหยี่ยเผยรอยยิ้มอันอ่อนโยน เขายื่นมือออกไปลูบศีรษะของหงอิงเบาๆ “ฉันรอวันนี้มานานแล้ว”“เฉินมู่เหยี่ย!” อู๋เซียงหนานขมวดคิ้วแน่น “นี่มันเรื่องอะไรกันแน่? ทำไม……”เฉินมู่เหยี่ยถอนหายใจยาว เงยหน้ามองไปทางฟ้าไกล พูดอย่างสงบว่า “สิบปีก่อน ตอนที่ฉันยังอยู่ที่เมืองหลวงฉันได้รับคำสั่งให้ออกจากเมืองหลวงคนเดียว และมายังชางหนานเพื่อตามหาคนที่สามารถล้มล้างอำนาจเทพตามคำทำนายของซุส ภารกิจของฉันคือหาเขาให้เจอและพากลับเมืองหลวง”“ไม่คิดว่าในสงครามเทพที่ชายแดน ไกอาจะแย่งชิง [ความแค้นของพระศิวะ] ไป และยอมสูญเสียพลังเพื่