เสี่ยวหนาน……” เฉินมู่เหยี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย “นี่เป็นการควบคุมจิตใจใช่ไหม?”“เจ้าโง่” อู๋เซียงหนานเอ่ยเสียงทุ้ม “การควบคุมจิตใจไม่สามารถทำให้คนๆ หนึ่งมีพลังขั้นอนันต์ขึ้นมาได้นะ”“เขาพูดถูก”ซือเสี่ยวหนานค่อยๆ ก้าวไปข้างหน้า ปลดปล่อยแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวออกมาอย่างต่อเนื่อง “ฉันไม่ใช่หน่วยพิทักษ์ราตรีตั้งแต่แรก เอกสารทั้งหมดตอนที่เข้าร่วมหน่วยเมื่อสองปีก่อนล้วนเป็นของปลอม”“ซือเสี่ยวหนาน… ไม่มีตัวตนอยู่จริง”เธอยืนอยู่ตรงหน้าเฉินมู่เหยี่ย พูดช้าๆ ว่า “ฉันคือตัวแทน… ตัวแทนของโลกิ เทพแห่งกลลวง”เมื่อพูดประโยคสุดท้ายจบ บรรยากาศพลันตกอยู่ในความเงียบสงัด“ขอโทษนะ” ซือเสี่ยวหนานเอ่ยอย่างสงบ “ฉันต้องเอา [ความแค้นของพระศิวะ] ไปด้วย”สิ้นเสียง ดวงตาของเธอพลันเปล่งประกายเย็นเยียบออกมา ทุกคนรู้สึกเหมือนมีค้อนใหญ่ทุบลงมาที่หัว ทำให้สูญเสียสติในทันทีซือเสี่ยวหนานก้มตัวลง หยิบม้วนหนังแกะออกจากอกของเฉินมู่เหยี่ย เมื่อไม่มีวังพญายมกดข่ม กลิ่นอายของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชิ้นนี้พลันแผ่ซ่านออกมาในทันที ปลดปล่อยพลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัว“นี่… คือ [ความแค้นของพระศิวะ] งั้นเหรอ?” ซือเสี่ยวหนานพึมพำ…ตึก ตึก ตึก……เสียงฝีเท้าดังก้องในทางเดิน ซือเสี่ยวหนานถือม้วนหนังแกะไว้ในมือ เดินลงมาจากชั้นบนสุดด้วยสีหน้าเรียบเฉยติ๊งต่อง~!“ยินดีต้อนรับ!”ซือเสี่ยวหนานขมวดคิ้ว ก่อนจะหันไปมองที่ประตูชายคนหนึ่งสวมเสื้อคลุมสีดำยืนอยู่ต