สามารถเอาชนะฉันได้หรอก” เฉินมู่เหยี่ยเผยรอยยิ้มบางๆเขาเดินไปหาอันชิงอวี๋ พูดช้าๆ ว่า “ฝากพวกเขาด้วยนะ”อันชิงอวี๋ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ากร๊าซ!!เสียงครางต่ำของคราเคนดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หนวดที่โบกสะบัดราวกับร่างงูอันน่าสยดสยอง บิดเบี้ยวอยู่ใต้เมฆดำทะมึน เงาของมันปกคลุมทั่วพื้นดินเฉินมู่เหยี่ยสูดหายใจเข้าลึกๆ มองคนข้างหลังเป็นครั้งสุดท้าย มุมปากปรากฏรอยยิ้ม“การได้เป็นหัวหน้าของพวกนาย… ฉันมีความสุขมาก”สิ้นเสียง เขาก็วิ่งไปในทิศทางที่ห่างจากเมืองโดยไม่หันกลับมามองอีก!แต่เขาวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าว พื้นที่ด้านหน้าพลันบิดเบี้ยวขึ้นมา ประตูสีขาวปรากฏขึ้นในอากาศ จากนั้นร่างที่คุ้นเคยก็ค่อยๆ เดินออกมาพลังเวทมนตร์อันเข้มข้นแผ่ซ่านในอากาศ เด็กหนุ่มสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มก้าวออกมา ในมือขวาถือดาบ ผมสีขาวปลิวไสว ดวงตาลึกล้ำดั่งห้วงเหว ราวกับมองเห็นเส้นทางแห่งโชคชะตาเขาเหมือนดวงดาวที่สว่างที่สุดในราตรีกาล ส่องสว่างโชคชะตาอันไม่แน่นอนของทุกคน“ชี……ชีเยี่ย?” เฉินมู่เหยี่ยมองร่างที่ทั้งแปลกหน้าแต่คุ้นเคยตรงหน้า ยืนตะลึงงันอยู่กับที่ไม่เพียงแต่เขา สมาชิกหน่วย 136 คนอื่นๆ ก็งงงวยเช่นกัน หลินชีเยี่ยที่อยู่ตรงหน้านี้ เมื่อเทียบกับหลินชีเยี่ยที่พวกเขารู้จัก ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์หรือบุคลิก ล้วนแตกต่างกันมากเกินไปอันชิงอวี๋มองเด็กหนุ่มตรงหน้า ดวงตาเปล่งประกายความสนใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แสงสีเทาวาบข