างจากที่เห็นในโทรทัศน์ หรือพูดอีกอย่างคือไม่หรูหราอย่างที่คิด ไม่มีการตกแต่งอะไร เป็นเพียงแผ่นไม้ประกอบกันพร้อมลวดลายแกะสลักเรียบง่ายแต่หากมองให้ดี จะพบว่าลายไม้เหล่านี้เชื่อมต่อกัน ราวกับหลอมรวมรถม้าทั้งคันเป็นหนึ่งเดียว ทำให้คนมองแล้วรู้สึกมึนงงเล็กน้อยหลินชีเยี่ยก้าวขึ้นรถม้า เดินเข้าไปในห้องโดยสาร สีหน้าแสดงความประหลาดใจพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างกว่าที่เห็นจากภายนอกมาก จะเรียกว่าห้องสมุดคงเหมาะกว่า ผนังเต็มไปด้วยตำราโบราณและม้วนไม้ไผ่เรียงอย่างเป็นระเบียบบนชั้นหนังสือ หน้าชั้นหนังสือมีโต๊ะเตี้ยตัวหนึ่ง บนโต๊ะวางชุดน้ำชาไม้จันทน์หอมอย่างดี กลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้จันทน์ลอยอยู่ในอากาศตรงกลางมีชายชราผมขาวนั่งขัดสมาธิอยู่“นั่งสิ” อาจารย์เฉินมองหลินชีเยี่ยแวบหนึ่ง แล้วชงชาอย่างไม่รีบร้อน พูดอย่างสงบหลินชีเยี่ยนั่งลงตรงข้ามอาจารย์เฉิน สายตาตกไปที่หน้าต่างสองข้างของห้องโดยสาร ทิวทัศน์มืดมนและอึดอัดภายนอกหายไปแล้ว แทนที่ด้วยสวนจีนที่เต็มไปด้วยเสียงนกร้องและดอกไม้หอมหลินชีเยี่ยชะงัก แล้วถามออกมาโดยไม่รู้ตัว “อาจารย์เฉิน พวกเรากำลัง… อยู่ที่ไหนกันเหรอครับ?”“อยู่บนสะพาน แต่ก็ไม่ได้อยู่บนสะพาน” อาจารย์เฉินชงชาเสร็จแล้วส่งถ้วยชาให้หลินชีเยี่ย พลางยิ้มอธิบายว่า“ผนึกต้องห้ามของฉันสามารถเปลี่ยนภาพในใจให้กลายเป็นภาพภายนอกได้ ถ้าพูดถึงเรื่องพื้นที่ พวกเราไม่ได้เคลื่อนที่ไปไหน แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง พ