เมิ่งฝานหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยเย้า “ไม่ต้องเคร่งเครียดปานนั้นก็ได้ เจ้าแค่เตรียมตัวเตรียมใจ ‘นอนรับชัยชนะ’ ไปพร้อมกับข้าก็พอ”
คำพูดของเขาอาจฟังดูโอ้อวดและยโสอยู่บ้าง ทว่าในแง่หนึ่งมันคือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ เพราะตราบใดที่เมิ่งฝานยังคงรุดหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง กระบี่คู่ชีวิตอย่างหงชี่ก็จะได้รับอานิสงส์จนแข็งแกร่งขึ้นตามไปด้วยโดยไม่ต้องออกแรงแม้แต่น้อย
ทว่าคำหยอกล้อนั้นกลับทำให้หงชี่ชะงักไป ใบหน้าของนางฉายแววอึดอัดและหม่นหมองลงอย่างเห็นได้ชัด เดิมทีนางก็รู้สึกด้อยค่าที่ตามความเร็วในการฝึกตนของเมิ่งฝานไม่ทันอยู่แล้ว พอได้ยินว่าตนเองเป็นเพียงผู้อาศัยบารมี แม้จะเป็นการพูดเล่น แต่มันกลับยิ่งตอกย้ำปมด้อยในใจนางให้รุนแรงขึ้น
เมิ่งฝานสังเกตเห็นอารมณ์ที่ดิ่งวูบของนางผ่านพันธสัญญาจิต เขาแอบรู้สึกผิดในใจที่ปากพล่อยจนเกินไป เขาจึงทอดถอนใจยาวแล้วรีบแก้คำพูด
“ที่ข้ากล่าวไปเมื่อครู่ มิได้หมายความว่าเจ้าไร้ประโยชน์ เจ้าอย่าเก็บไปคิดมากนัก ความจริงแล้วต่อให้เจ้าไม่พึ่งพาพลังของข้า เจ้าก็ยังมีหนทางที่จะขัดเกลาตนเองให้แข็งแกร่งขึ้นได้ด้วยมือของเจ้าเอง”
“มีวิธีเช่นนั้นด้วยหรือ?”