ชายฝั่งทะเลตะวันออกเมฆดำทะมึนปกคลุมทั่วท้องฟ้า ไม่มีแสงสว่างลอดผ่านชั้นเมฆนั้นได้เลย มีเพียงแสงฟ้าแลบวาบๆ ที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ระหว่างชั้นเมฆใต้ชั้นเมฆ คลื่นทะเลราวกับสัตว์ประหลาดสีดำขนาดมหึมาที่กำลังคำรามและพลิกตัวไปมา มันคำรามพลางม้วนตัวสูงขึ้นสูงหลายสิบเมตร ราวกับจะเชื่อมต่อกับชั้นเมฆลมพายุกระหน่ำพัดกวาดชายฝั่ง แม้แต่ต้นไม้ขนาดที่คนหลายคนโอบรอบยังถูกถอนรากถอนโคนและพัดเข้าไปชนร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามถนนคลื่นซัดเข้าฝั่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระแทกลงบนถนนที่ไร้ผู้คน ละอองน้ำที่กระเซ็นขึ้นมาดูเหมือนจะสามารถกลืนกินตึกระฟ้าทั้งหลังได้ น้ำทะเลไหลบ่าเข้าสู่ถนนที่ตัดกันไปมา ลมและฝนปกคลุมเมืองไปครึ่งหนึ่งราวกับวันสิ้นโลก!ในตอนนี้ ผู้อยู่อาศัยทั้งหมดภายในรัศมี 5 กิโลเมตรจากชายฝั่งได้อพยพออกไปแล้ว แนวกั้นเตือนภัยถูกติดตั้งรอบชายฝั่ง แต่ก็ถูกแรงปะทะของคลื่นทำลายและถูกกลืนหายไปในทะเลเฮลิคอปเตอร์หลายลำบินผ่านน่านฟ้า วนเวียนอยู่รอบๆ ชายฝั่ง ชายหลายคนในชุดทหารจ้องมองน้ำทะเลด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก“ภาพนี้……น่ากลัวยิ่งกว่าหนังไซไฟหายนะเสียอีก” ชายคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก“มันคืออะไรกันแน่ ถึงได้สร้างหายนะขนาดนี้ได้? อย่างน้อยก็ต้องขั้นพิภพแล้วสิ?”“ขั้นพิภพ? นายกำลังล้อเล่นอยู่หรือไง” คนข้างๆ ส่ายหน้า “ต้องรู้ไว้นะว่า นี่ไม่ใช่แค่เมืองเดียว เมืองสิบกว่าเมืองตามแนวชายฝั่งทะเลตะวันออกก็กลายเป็นสภาพนี้ไปหมดแล้ว แ