รูม่านตาของหลินชีเยี่ยหดเล็กลงทันที เขายื่นมือออกไปอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ คว้าไปที่ลำตัวเครื่องบินที่เรียบลื่น พร้อมกันนั้นความมืดก็แผ่ขยายออกจากตัวเขา สร้างรอยบุ๋มเล็กๆ บนพื้นผิวลำเครื่องปลายนิ้วเกาะกุมรอยบุ๋ม หลินชีเยี่ยจึงอาศัยแรงนั้นทรงตัวได้ จากนั้นอีกมือหนึ่งก็โบกในอากาศ ส่งอาจูที่หมดสติกลับไปยังโรงพยาบาลจิตเวช“เจ้าเด็กนี่ไว้ใจไม่ค่อยได้เลยนะ เกือบเอาชีวิตไม่รอดแล้ว” หลินชีเยี่ยก้มมองลงไปด้านล่าง เหงื่อเย็นๆ ชุ่มแผ่นหลังไปหมดแล้วโตมาขนาดนี้ยังไม่เคยนั่งเครื่องบินเลย ไม่คิดว่าการสัมผัสกับเครื่องบินครั้งแรกจะเป็นในรูปแบบที่เสี่ยงตายขนาดนี้!เขาสูดหายใจลึก บังคับตัวเองให้สงบลงตอนนี้เครื่องบินบินขึ้นแล้ว เมืองชางหนานไม่ได้กว้างใหญ่ ด้วยความเร็วขณะนี้อย่างมากอีกหนึ่งนาทีก็จะผ่านขอบเขตพิธีกรรม ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด นักบินในห้องนักบินคงถูกเจ้าของร้านเหล้าควบคุมไปแล้ว หลังจากเครื่องบินเข้าสู่ขอบเขตพิธีกรรม ก็จะบินวนอยู่บนท้องฟ้าจนกว่าพิธีกรรมจะเสร็จสิ้นเขาต้องรีบหาอันชิงอวี๋ให้เจอ แล้วเข้าไปในห้องโดยสารให้ได้หลินชีเยี่ยยื่นมือซ้ายออกไปอีกครั้ง ร่ายเวทย์อัญเชิญในอากาศ ไม่นานรูบิคสีเงินก็ปรากฏขึ้นในมือเขา หมุนช้าๆ“คราวนี้ต้องพึ่งเจ้าแล้ว หวังว่าเจ้าจะไว้ใจได้ ไม่ได้เหมือนอาจู” หลินชีเยี่ยพึมพำ ค่อยๆ หลับตาลงในชั่วขณะต่อมา รูบิคโกลาหลในมือเขาก็เปล่งแสงสีเงินจ้า พื้นที่โดยรอบถูกทำให้บิดเบ