เมิ่งฝานจ้องมองเงาร่างจำลองของหงชี่ด้วยแววตาตะลึงงัน เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะระเบิดยิ้มขื่นออกมา เมื่อตระหนักได้ว่าสาวน้อยตรงหน้ากำลังจินตนาการเตลิดไปไกลถึงเพียงไหน
“ยัยหนู เจ้ากำลังเพ้อเจ้อเรื่องพิลึกอันใดอยู่?”
“เอ๊ะ?”
หงชี่ชะงักค้างไปทันทีเมื่อเห็นรอยยิ้มและได้ยินคำพูดที่ไม่คาดคิดของเมิ่งฝาน นางก็ได้แต่ทำหน้าฉงนสนเท่จนทำอะไรไม่ถูก
หากหงชี่มีเลือดเนื้อร่างกายจริง ๆ มิใช่เพียงเงาร่างจำลอง เมิ่งฝานคงจะเขกหัวสั่งสอนนางไปหลายทีให้หายหมั่นเขี้ยว เอาให้หน้าผากแดงปูดขึ้นมาเลยทีเดียว
“ในสายตาของเจ้า ข้าเป็นพวกไร้น้ำใจ ประเภทพอก้าวหน้าแล้วก็สลัดทิ้งคนเก่าคนแก่เช่นนั้นหรือ?” เมิ่งฝานเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือความหงุดหงิดเล็กน้อย
เขาคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่านางจะตีความเจตนาของเขาไปในทางเลวร้ายเช่นนั้น และความขุ่นเคืองที่เกิดขึ้นในใจเขาก็หาใช่เรื่องเสแสร้ง เพราะการถูกเข้าใจผิดโดยคนที่เขาไว้ใจ ย่อมสร้างความไม่พอใจเป็นธรรมดา
“แต่… แต่ท่านเพิ่งบอกเองว่า ข้าตามจังหวะก้าวเดินของท่านไม่ทันแล้ว” หงชี่เอ่ยเสียงอ่อย ท่าทางน้อยเนื้อต่ำใจอย่างถึงที่สุด