ความโศกเศร้าที่เจืออยู่ในน้ำเสียงนั้นช่างบีบคั้นใจ จนเมิ่งฝานต้องถอนหายใจออกมาอย่างหมดแรง
“ข้ายังพูดไม่ทันจบ เจ้าจะรีบร้อนร้อนใจไปไย ที่ข้าบอกว่าเจ้าตามข้าไม่ทันแล้ว นั่นหมายความว่าถึงเวลาที่เจ้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นเสียที!”
เพิ่มพูนความแข็งแกร่ง?
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หงชี่ก็เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
ในฐานะที่เป็นเพียงจิตวิญญาณสถิตในกระบี่เล่มหนึ่ง นางจะแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างไร? แม้กระบี่หงชี่จะพอมีหนทางยกระดับอยู่บ้าง แต่เมิ่งฝานไม่ใช่ช่างหลอมอาวุธ แล้วเขาจะบันดาลปาฏิหาริย์นั้นได้อย่างไรกัน
“เจ้านาย… ท่านหาหนทางทำให้กระบี่หงชี่เลื่อนระดับได้แล้วหรือ? หรือว่าท่านจะไปขอให้ช่างหลอมอาวุธผู้เก่งกล้ามาหลอมข้าขึ้นใหม่เพื่อเพิ่มพลัง?”
ยามที่เอ่ยถึงการ ‘หลอมใหม่’ น้ำเสียงของหงชี่กลับสั่นระริก
เมิ่งฝานสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า ภายใต้น้ำเสียงที่ดูเหมือนจะยินดีนั้น กลับแฝงไปด้วยความหวาดกลัวที่สลักลึกอยู่ในจิตวิญญาณ!
“เกิดอะไรขึ้นกับเจ้ากันแน่?”
เมิ่งฝานรีบเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เจือความอาทรอย่างเห็นได้ชัด เมื่อสังเกตเห็นอาการสั่นไหวในดวงจิตของนาง
หงชี่ช้อนสายตาขึ้นมองเมิ่งฝานอย่างระแวดระวัง ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว