เมิ่งฝานเงยหน้าขึ้นสบตากับชายชรา ทว่าสิ่งที่เขาเห็นกลับมีเพียงความเย็นชาราวกับมองสบตาเครื่องจักรสังหารที่ไร้ความรู้สึก
“ผู้อาวุโสหวัง โปรดสงบสติอารมณ์ก่อนเถิด ข้าเพียงบังเอิญล่วงรู้ความลับนี้ และตั้งใจมาแจ้งข่าวแก่ท่านด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ข้าหาใช่ศัตรูของท่าน และท่านมิมีความจำเป็นต้องพาดกระบี่จ่อคอข้าเช่นนี้” เมิ่งฝานเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือความอ่อนใจอยู่บ้าง
ทว่า… ผู้อาวุโสหวังจะสงบใจลงได้อย่างไร?
มิมีใครจินตนาการได้เลยว่าตลอดสามสิบปีที่ผ่านมา ชายชราผู้นี้ต้องแบกรับความปวดร้าวมาเพียงลำพังได้อย่างไร การสูญเสียเหลียนเอ๋อร์และบุตรคือแผลเป็นฉกรรจ์ที่ฝังรากลึกอยู่ในก้นบึ้งของวิญญาณ
ผู้ใดกล้าสะกิดแผลนี้… ผู้นั้นต้องตาย!
หากเมิ่งฝานมิอาจให้คำอธิบายที่กระจ่างชัดแก่ท่านได้ ต่อให้เด็กหนุ่มผู้นี้จะเป็นศิษย์รักของผู้อาวุโสหลิน ท่านก็พร้อมจะสะบั้นศีรษะนี้ให้หลุดจากบ่าโดยมิลังเลแม้เพียงเศษเสี้ยววินาที
“เจ้าเป็นใครกันแน่? และเหตุใดเจ้าจึงล่วงรู้ความลับที่ข้าฝังกลบไว้เพียงลำพังมาเนิ่นนาน!”
ผู้อาวุโสหวังยังคงเค้นถามด้วยเสียงที่เย็นเยียบสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ