ในโลกจิตใจของหลินชีเยี่ยท่ามกลางหมอกหนาที่ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด พร่ำรำพันในชุดสูทหางนกนางแอ่นเดินช้าๆ ราวกับศิลปิน สายตาของเขากวาดมองหมอกรอบๆ อย่างแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยปากด้วยความประหลาดใจ“ทำไมถึงมีหมอกมากมายขนาดนี้? ในตัวนาย……ซ่อนความลับไว้มากมายจริงๆ”พร่ำรำพันลองยื่นมือออกไปแหวกหมอกรอบๆ แสงสลัวสายหนึ่งวาบผ่านฝ่ามือของเขา หมอกถูกแสงนั้นกวนให้ปั่นป่วนไปชั่วครู่ แต่ไม่นานก็รวมตัวกันอีกครั้ง ปกคลุมโลกใบนี้ไว้อย่างพร่ามัวเมื่อเห็นว่าตนเองไม่สามารถแหวกหมอกเหล่านี้ได้ ความประหลาดใจในดวงตาของพร่ำรำพันก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น ต้องรู้ว่าร่างเงาของเขามีพลังขั้นมหาสมุทร แต่กลับไม่สามารถทำลายหมอกเหล่านี้ได้……นั่นหมายความว่า ความลับในตัวของหลินชีเยี่ย แม้แต่ผู้ใช้พลังขั้นมหาสมุทรก็ไม่มีสิทธิ์ล่วงรู้“น่าสนใจ น่าสนใจจริงๆ ยิ่งนายมีความลับที่สำคัญมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นประโยชน์ต่อผมมากเท่านั้น” ดวงตาของพร่ำรำพันเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น “ผมเปลี่ยนใจแล้ว ตอนนี้ผมจะยังไม่ทำลายวิญญาณของนาย ผมจะรอให้ร่างจริงของผมมาเปิดเผยความลับของนายด้วยตัวเอง แล้วค่อยทำลายนาย……”เมื่อคำพูดของพร่ำรำพันจบลง หมอกตรงหน้าก็พลันหมุนวนขึ้นมาเอง หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง อาคารโบราณและสิ่งลี้ลับก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาพร่ำรำพันเห็นอาคารตรงหน้า เขาตะลึงไปครู่หนึ่ง แล้วดวงตาก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ“เป็นไปได้ยังไง? ในส่วนลึกของจิตวิญญาณนาย