ใครอยู่ในสภาพสุญญากาศได้นานกว่ากัน คนนั้นก็จะมีชีวิตรอดความเร็วของชายหนุ่มช้าลงมาก เทียบกับก่อนหน้านี้ไม่ได้เลย ตอนนี้เขาก็เหมือนคนธรรมดา เดินโซเซไปข้างหน้าทีละก้าวเมื่อปริมาณออกซิเจนในเลือดลดลง รวมถึงการเสียเลือดมาก สติของเขาเริ่มพร่าเลือน ร่างกายโงนเงนคล้ายจะล้มลงได้ทุกเมื่อส่วนเสิ่นชิงจู่ที่ไล่ตามมาด้านหลังก็ไม่ต่างกัน แม้ว่าเขาจะไม่ต้องกังวลเรื่องการเปลี่ยนแปลงความดันในเลือด แต่อาการหายใจไม่ออกนี้ก็รุนแรงมาก แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคงเดินตามหลังชายร่างใหญ่ไปทีละก้าว……การเคลื่อนไหวของเขาไม่เร็วนัก แต่ก็รักษาระยะห่างกับอีกฝ่ายไว้ได้เสมอ เขาสามารถเร็วกว่านี้ได้ แต่เขาไม่ต้องการเขาแค่อยากให้อีกฝ่ายได้ลิ้มรสความสิ้นหวังทีละนิด!เด็กหนุ่มกำลังยิ้มในที่สุด มือที่กำขวานของชายร่างใหญ่ก็ค่อยๆ คลายออก ขวานหนักร่วงลงสู่พื้นอย่างไร้เสียง ทั้งร่างโซเซคุกเข่าลงกับพื้น ใช้สองมือพยุงร่างไว้อย่างยากลำบาก ในดวงตาเหลือเพียงแววตาที่ใสกระจ่าง……เขาอ้าปากกว้าง หวังจะสูดอากาศหายใจ ราวกับผู้ประสบภัยที่กำลังจะจมน้ำตายในทะเล ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวชายร่างใหญ่กำลังจะตายรอยยิ้มของเสิ่นชิงจู่ยิ่งสดใสขึ้น เขาค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ ก้มลงหยิบขวานที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา……เขาก้าวไปข้างหน้าชายร่างใหญ่ ดึงผมของอีกฝ่าย บังคับให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับตัวเองในแววตาขุ่นมัวไร้ชีวิตคู่นั้น เสิ่นชิงจู่เห็นความกลัวในใจของชาย