ฝั่งตรงข้าม เสิ่นชิงจู่ที่บาดเจ็บทั่วร่างยืนหยัดอย่างทุลักทุเล บนพื้นด้านหลังเขามีร่างของหลี่เลี่ยงนอนหายใจรวยริน และเติ้งเหว่ยที่ขาหักข้างหนึ่งแต่ก็ยังกัดฟันช่วยหลี่เลี่ยงอยู่ดวงตาของเสิ่นชิงจู่ลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ แววตานั้นราวกับจะเชือดเฉือนชายตรงหน้าทั้งเป็น เสื้อสีดำบนร่างพลิ้วไหวตามกระแสลมหมุน แหวนที่นิ้วมือมีประกายไฟโลดแล่นไปมา“แต่สำหรับระดับของนายแล้ว ก็ถือว่ายอดเยี่ยมมาก” ชายร่างใหญ่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “อ้อ นายรู้จักเด็กน้อยที่ชื่อหลินชีเยี่ยไหม?”เสิ่นชิงจู่ตาเปล่งประกายขึ้นมา เขากัดฟันพูดออกมาทีละคำ“ชีเยี่ยปาเยี่ยบ้าอะไร ฉันไม่รู้จัก!”“ไม่จริงน่า ในเมื่อนายก็อยู่ที่นี่ พวกนายควรจะมาด้วยกันไม่ใช่เหรอ?” ชายคนนั้นหัวเราะ “งั้นแบบนี้ละกัน นายช่วยฉันจับเด็กนั่นมา แล้วฉันจะไว้ชีวิตพวกนาย”“ไว้ชีวิตพวกเรา?” เสิ่นชิงจู่แค่นเสียง “ตอนนี้คุกเข่าลงแล้วโขกหัวให้ฉันสองที ฉันจะพิจารณาเรื่องไว้ศพแกให้สมบูรณ์!”“เด็กน้อย ปากกล้าดีนี่” ชายคนนั้นค่อยๆ วางขวานใหญ่บนบ่าลง ใบหน้าที่ดูซื่อๆ เผยรอยยิ้มโหดเหี้ยม เขาเดินทีละก้าวไปหาเสิ่นชิงจู่ “หัวที่สุกงอมของนาย ให้ฉันช่วยเด็ดให้ดีกว่า”เสิ่นชิงจู่เบิกตากว้าง ยื่นมือออกไปกำอากาศ ในชั่วพริบตาอากาศรอบตัวชายคนนั้นก็ถูกดูดออกไปจนหมด มุมปากของชายร่างใหญ่กระตุก รอยยิ้มยิ่งดูโหดเหี้ยมขึ้นเขากระทืบพื้นอย่างรุนแรง ทั้งตัวพุ่งทะยานเหมือนลูกปืนใหญ่