เมฆหนาทึบราวกับแท่งตะกั่วกดทับอยู่บนท้องฟ้า ปกคลุมทั้งหุบเขาไว้ในเงามืด แม้จะเป็นเพียงยามเย็น แต่กลับไม่รู้สึกถึงแสงอาทิตย์เลยแม้แต่น้อยเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ ปริมาณฝนที่ตกลงมาดูเหมือนจะน้อยลง ทว่าการแช่น้ำฝนเป็นเวลานานก็ยังคงทำให้ร่างกายรู้สึกไม่สบายอย่างมากในป่าเขาที่มืดสลัว ชายคนหนึ่งสวมเสื้อกันฝนสีดำเดินขึ้นไปบนเนินเขาที่เต็มไปด้วยโคลน เหลียวมองหมู่บ้านที่กลายเป็นซากปรักหักพังในหุบเขา ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยเขาหันหลังกลับ มุ่งหน้าปีนขึ้นเขาต่อไป สายตากวาดมองดินและหินรอบๆ ราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งพื้นดินที่ชุ่มโชกไปด้วยน้ำฝนมานานนั้นอ่อนนุ่ม บนทางลาดชัน หากก้าวเท้าลงไปโดยไม่ระมัดระวัง อาจทำให้จมลงไปในโคลนหรือเหยียบโดนก้อนหินที่หลงเหลืออยู่ ทำให้เสียหลักลื่นลงไปได้ที่นี่ไม่ใช่ภูเขาในเขตท่องเที่ยวที่มีบันไดหินที่มั่นคงและเป็นระเบียบ หรือมีลานกว้างให้คนพักผ่อนชมวิว ที่นี่มีเพียงทางเดินแคบๆ คดเคี้ยวบนภูเขา และสายน้ำฝนที่ไหลรินราวกับลำธารเล็กๆทันใดนั้น เขาเหมือนได้ยินเสียงบางอย่าง จึงหันไปมองบนทางเดินแคบๆ ที่ตนเองเพิ่งผ่านมา มีเงาร่างสามคนกำลังพยายามปีนป่ายมาที่นี่อย่างยากลำบาก เติ้งเหว่ยเงยหน้าขึ้น ใช้เสียงแหบพร่าตะโกน“พี่… พี่เสิ่น! รอพวกผมด้วย… พวกผมไม่ไหวแล้ว……”เสิ่นชิงจู่ขมวดคิ้วแน่น “พวกนาย? พวกนายมาทำไม?”“พี่เสิ่น คนอื่นอาจจะไม่รู้จักพี่ดี แต่พวกเรารู้จักพี่ดีไม่ใช่เหรอ?” หลี่เลี่