่ของยายาแล้ว”หลินชีเยี่ยชำเลืองมองอีกฝ่าย แล้วพูดอย่างจนปัญญา “ไม่ใช่อาจจะ พวกเขาไปตามหาแล้วล่ะ”ไป๋หลี่พั่งพั่งตกตะลึง “นายรู้ได้ยังไง?”“ฉันเห็นกับตาเลยว่าพวกเติ้งเหว่ยแอบย่องออกจากหมู่บ้าน แล้วมุ่งหน้าเข้าไปในภูเขา”“……”“แล้ว… แล้วทำไมนายไม่ห้ามพวกเขาล่ะ?”“ห้ามไม่ได้หรอก” หลินชีเยี่ยส่ายหัว “เสิ่นชิงจู่ไปแล้ว พวกเขาก็ต้องไปแน่นอน แทนที่จะทำให้วุ่นวายทั้งสองฝ่าย ยอมหลับตาข้างนึงดีกว่า”ไป๋หลี่พั่งพั่งถอนหายใจ มองไปยังยอดเขาที่มืดมิด หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ก็พูดอย่างไม่แน่ใจ“มืดขนาดนี้ พวกเขาจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม……”หลินชีเยี่ยนิ่งเงียบ“ชีเยี่ย นายว่า……พวกเราแอบออกไปช่วยพวกเขาดีไหม?” ไป๋หลี่พั่งพั่งเห็นอีกฝ่ายไม่มีปฏิกิริยา จึงลองถามอีกครั้งเด็กหนุ่มยิ้มอย่างจนใจ “ไม่ต้องลองใจฉันเลย ต้องช่วยอยู่แล้ว แต่จะบุ่มบ่ามเข้าไปในภูเขาแบบพวกเขาไม่ได้ต้องมีกลยุทธ์เสียหน่อย”“กลยุทธ์? จะมีกลยุทธ์อะไรอีกล่ะ?” ไป๋หลี่พั่งพั่งถามอย่างงุนงง“นายคิดว่าทำไมฉันถึงนั่งอยู่ตรงนี้ตลอด?” หลินชีเยี่ยพูดอย่างแผ่วเบาเขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ค่อยๆ มืดลง ยื่นนิ้วชี้ขึ้นไป ค้างคาวหลายตัวก็บินลงมาจากท้องฟ้า วนเวียนอยู่รอบตัวเขา ในขณะเดียวกัน แมลงนับไม่ถ้วนก็ไต่ออกมาจากดินนุ่ม ล้อมรอบตัวเด็กหนุ่มหลินชีเยี่ยเปรียบเสมือนราชาของพวกมันคุณชายไป๋หลี่เห็นภาพนั้นจึงจกใจก็อ้าปากค้าง“ยังขาดอีกนิดหน่อย จำนวนยังไม่พอ” หลินชีเยี่ยส่าย