หลังจากถอนหายใจไปพักหนึ่ง ไป๋หลี่พั่งพั่งก็กลับมาที่ห้องพัก“เป็นยังไงบ้าง?” หลินชีเยี่ยเลิกคิ้วถาม“ผมก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พอเข้าไปครูฝึกก็ขอตรวจสอบ [พื้นที่อิสระ] ของผม พอตรวจเสร็จพวกเขาก็ทำหน้าเหมือนเห็นผี แล้วผมก็ออกมา” ไป๋หลี่พั่งพั่งพูดอย่างงุนงงหลินชีเยี่ยกระแอมเบาๆ โดยไม่พูดอะไรโชคดีที่เมื่อคืนเขาใช้ผนึกเทวะแห่งราตรีลบร่องรอยทั้งหมดที่ทิ้งไว้ในโกดัง ทำให้ตัดขาดความเชื่อมโยงถึงตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ครูฝึกไม่พบเบาะแสอื่นใด เริ่มสงสัยว่าไป๋หลี่พั่งพั่งใช้ [พื้นที่อิสระ] ขนอาวุธในโกดังออกไป แต่พอตรวจค้นแบบนี้ก็ล้างมลทินให้ไป๋หลี่พั่งพั่งได้หมดจด หากจะสืบสวนต่อก็คงยากขึ้นมาก‘ถือว่ายืมไปก็แล้วกัน……รอก่อนเถอะ พอฉันมีพลังเมื่อไหร่ ฉันจะคืนให้เป็นสองเท่า’ หลินชีเยี่ยคิดในใจสำหรับมัมมี่สงคราม การกลืนกินอาวุธเข้าไปมากแค่ไหนก็เป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดพลังของมัน หากออกจากค่ายฝึกอบรมไปแล้ว โอกาสที่จะเจอคลังอาวุธมากมายขนาดนี้อีก คงต้องไปปล้นฐานทัพทหารเท่านั้น หลินชีเยี่ยจะพลาดโอกาสอันดีแบบนี้ไปไม่ได้เด็ดขาดขณะที่เด็กหนุ่มกำลังสำนึกผิดเงียบๆ อยู่นั้น เสียงนกหวีดคุ้นหูก็ดังขึ้นนอกหอพัก เขารู้สึกตัวในทันที พลางตบไหล่ไป๋หลี่พั่งพั่งที่ยังคงมึนงงอยู่“ไปกันเถอะ การฝึกกำลังจะเริ่มแล้ว”ไป๋หลี่พั่งพั่งรับคำเบาๆ แล้ววิ่งตามหลังหลินชีเยี่ยออกไป…………หนึ่งเดือนต่อมาความเย็นยะเยือกของฤดูใบไม้ผลิจางหายไปสิ