้น ความร้อนระอุของฤดูร้อนแผดเผาทั่วทั้งผืนดิน ราวกับเตาไฟขนาดมหึมา เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อยก็เหงื่อโซมกายหลินชีเยี่ยนั่งอยู่ใต้ร่มไม้เพียงลำพัง มองไปยังสนามฝึกที่คุ้นเคยในระยะไกล ไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่“ชีเยี่ย ทำไมนายถึงนั่งอยู่คนเดียวที่นี่ล่ะ” เฉาเยวียนเดินเข้ามา เอ่ยถามอย่างสงสัย “ไม่ไปกินข้าวเหรอ?”“ไปสิ” หลินชีเยี่ยพยักหน้า ลุกขึ้นจากพื้น หันมองสนามฝึกเป็นครั้งสุดท้าย “แค่……รู้สึกอาลัยอาวรณ์นิดหน่อย”เฉาเยวียนหันไปมองตาม พลางถอนหายใจยาว “ก็นะ เป็นสถานที่ที่เราต่อสู้ฝ่าฟันกันมาทั้งปี อีกสองวันก็ต้องไปแล้ว พอจากไปครั้งนี้……ก็ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาอีกหรือเปล่า ก็สมควรมองให้เต็มที่”หลินชีเยี่ยไม่พูดอะไร เพียงแค่ส่ายหน้า แล้วก้าวเดินไปทางโรงอาหาร“ชีเยี่ย นายมาช้าจังเลย” ไป๋หลี่พั่งพั่งยืนอยู่หน้าโต๊ะ พูดอู้อี้ด้วยปากที่เต็มไปด้วยอาหาร “ถ้านายมาช้ากว่านี้อีกนิด ผมก็จะกินหมดแล้วนะ”“ไอ้ถังข้าว” เฉาเยวียนพูดอย่างเฉยเมยไป๋หลี่พั่งพั่งอ้าปาก กำลังจะปะทะคารมกับเฉาเยวียน ทว่าหลินชีเยี่ยแทรกขึ้นมาทันที“ว่าแต่ การฝึกและการประเมินผลจบลงหมดแล้ว ต่อไปยังมีอะไรอีกไหม?”ไป๋หลี่พั่งพั่งครุ่นคิดชั่วครู่ “ดูเหมือนจะไม่มีแล้วนะ แค่รอคะแนนรวมของแต่ละคนออกมา แล้วเบื้องบนก็จะจัดการเรื่องการส่งตัวให้พวกเรา ตอนนั้นก็จะมีประกาศออกมา”“อีกสองวันจะมีพิธีสาบานตน หลังจากแจกดาบดารา ผ้าคลุม และเหรียญตราให้แต่ละคนแล้ว ค