ทว่าในยามนี้เมิ่งฝานยังมิต้องกังวลเรื่องนั้น เพราะด้วยความเร็วในการดูดซับปัจจุบัน ดาบจำนวนมหาศาลในหอศาสตราแห่งนี้ยังมีต้นกำเนิดกระบี่เพียงพอให้เขาหยิบใช้ได้อีกหลายปีนัก
ณ ชั้นแรกของหอศาสตรา เมิ่งฝานหยิบดาบยาวเล่มหนึ่งขึ้นมาอย่างสุ่มมือ ก่อนจะเริ่มกระบวนการดูดซับต้นกำเนิดกระบี่อย่างชำนาญ
[นามศาสตรา: เหลียนซิน (ใจบัว)]
…
นี่คือกายาแห่งกระบี่วิญญาณเล่มหนึ่ง ทันทีที่เมิ่งฝานสัมผัสลงบนตัวกระบี่ ไออวลอาถรรพ์สายหนึ่งก็ไหลเร้นเข้าสู่ร่างของเขาอย่างรวดเร็ว
เมิ่งฝานหลับตาลงนิ่งสงบ ในห้วงมโนสำนึกพลันปรากฏภาพความทรงจำที่ถูกกักขังไว้ฉายชัดขึ้นมา
ภาพที่เห็นคือดรุณีนางหนึ่งอายุอานามราวสิบหกปี ในหัตถ์นางกุม ‘กระบี่เหลียนซิน’ ร่ายรำท่วงท่าด้วยลีลาแช่มช้อยงดงามปานเทพธิดา
นางกำลัง ‘เต้นรำ’ กับกระบี่ มิใช่การฝึกปรือเพลงกระบี่เพื่อประหัตประหาร
นางคือโฉมงามแห่งหอคณิกาผู้ขายเพียงศิลป์และสุนทรียะ มิยอมพลีกายแลกเศษเงิน