ตึก ตึก ตึก–เสียงคุ้นหูดังขึ้น หลินชีเยี่ยและเฉาเยวียนหยุดฝีเท้าพร้อมกัน ห้องทั้งสี่ด้าน ไม่ว่าจะเป็นบนล่าง ซ้ายขวา หน้าหลัง ล้วนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็หยุดนิ่งที่จุดหนึ่งมิติปั่นป่วนอีกครั้ง สภาพแวดล้อมรอบข้างเปลี่ยนไปอีกแล้วหลินชีเยี่ยที่หลับตารับรู้สิ่งรอบข้างมาตลอด ค่อยๆ ลืมตาขึ้น“แนวนอน 19 27 33 20 17……แนวตั้ง 04 09 37 18 23…” หลินชีเยี่ยนั่งอยู่บนพื้น ขมวดคิ้วแน่นพลางพึมพำไม่หยุดนิ้วลากเบาๆ บนกระเบื้อง ราวกับกำลังคำนวณอะไรบางอย่าง หรือไม่ก็กำลังวาดภาพส่วนเฉาเยวียนที่อยู่ข้างๆ ได้แต่นั่งกอดดาบบนเก้าอี้ มองหลินชีเยี่ยที่ทำท่าทางแปลกๆ อย่างไม่เข้าใจ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนโง่เข้าไปทุกทีหลินชีเยี่ยพึมพำอยู่ประมาณสองนาทีกว่าก็ถอนหายใจยาว แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นยืน“เป็นยังไงบ้าง?” เฉาเยวียนอดถามไม่ได้“พลังจิตของฉันครอบคลุมได้แค่รัศมีร้อยเมตรเท่านั้น ในขณะที่มิติเกิดการปั่นป่วน ฉันไม่สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงได้ทั้งหมด แต่ก็พอจะมองเห็นเค้าลางบางอย่าง……”หลินชีเยี่ยตรึกตรองชั่วครู่ มือทั้งสองวาดอะไรบางอย่างในอากาศ “การปั่นป่วนของมิติอาจดูซับซ้อน แต่จริงๆแล้วมีการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานเพียงสองแบบ คือการหมุนตามแนวนอนและการหมุนตามแนวตั้ง ทุกครั้งที่หมุนจะต้องเป็นมุมฉากเท่านั้น และไม่สามารถระบุได้ว่าจะเริ่มหมุนจากมุมไหน แม้ว่าแต่ละครั้งจะหมุนได้เพียงด้านเดียว แต่ความเร็วในการหมุนนั้นเ