ร็วมาก จึงทำให้เกิดภาพลวงตาว่ามิติกำลังปั่นป่วน……”เฉาเยวียนที่ยืนฟังอยู่รู้สึกปวดหัวขึ้นมา “แล้วยังไงล่ะ? นายคาดการณ์กฎเกณฑ์ของการเปลี่ยนแปลงมิติได้แล้วงั้นเหรอ?”“……ยังหรอก ข้อมูลที่มีอยู่ยังน้อยเกินไป แถมจำนวนครั้งในการสังเกตก็ยังไม่มากพอ” หลินชีเยี่ยส่ายหน้าครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดอย่างไม่แน่ใจว่า“แต่ฉันรู้สึกว่ารูปแบบการเปลี่ยนแปลงนี้คุ้นเคยอยู่บ้าง……”ในขณะที่กำลังใคร่ครวญอยู่นั้น เสียงลากที่คุ้นหูก็ดังมาจากที่ไกลๆ สีหน้าของคนทั้งสองพลันเคร่งเครียดขึ้น ต่างคนต่างมองหน้ากัน แล้ววางมือลงบนด้ามดาบหลินชีเยี่ยเคยบอกไว้แล้วว่า หากเข้าใจกลไกการฆ่าของสิ่งลี้ลับตัวนี้ ด้วยพลังการต่อสู้ของพวกเขา การกำจัดสิ่งลี้ลับตัวนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากเด็กหนุ่มทั้งสองเดินวนเวียนอยู่ในมิติที่ปั่นป่วนแห่งนี้ ก็เพื่อทำความเข้าใจกฎการเปลี่ยนแปลง หากได้เจอกับสิ่งลี้ลับตัวนั้นอีกครั้ง การกำจัดมันทันทีก็ถือว่าเป็นเรื่องดีความมืดมิดแผ่ขยายออกจากตัวหลินชีเยี่ย กระติกน้ำร้อน ถ้วยชา และราวแขวนเสื้อในห้องนอนค่อยๆ ลอยขึ้นมา แขวนค้างอยู่รอบตัวเขาหลินชีเยี่ยสบตาเฉาเยวียนอย่างรู้กัน อีกฝ่ายเข้าใจทันที ค่อยๆ เดินไปทางประตูด้านหลังห้องนอนมีพื้นที่ค่อนข้างแคบ หากต่อสู้กับชายไร้ศีรษะที่นี่ พื้นที่สำหรับหลบหลีกจะน้อยเกินไป ซึ่งเป็นผลเสียอย่างมาก พวกเขาจำเป็นต้องเปลี่ยนสถานที่แอ๊ด–หลินชีเยี่ยพยายามเปิดประตูอย่างเบามือ ทว่า