ลับพบความว่างเปล่า แล้วก้มดูนาฬิกาโรเล็กซ์บนข้อมือ จากนั้นก็สวมรองเท้าแตะ ก่อนจะวิ่งออกไปข้างนอกทีนทีที่เปิดประตูออกไป เขาก็เห็นเสิ่นชิงจู่ที่เพิ่งกลับมาจากโรงอาหารเสิ่นชิงจู่เห็นผู้ที่วิ่งออกมา เขาตกตะลึงไปชั่วขณะ แล้วอ้าปากค้างอย่างตกใจ“นาย……ทำไม……”ไป๋หลี่พั่งพั่งมองไปรอบๆ พลางขมวดคิ้วถาม “เกิดอะไรขึ้น? มีอะไรเกิดขึ้นเหรอ?”เสิ่นชิงจู่ไม่ได้ตอบคำถามของอีกฝ่าย แต่กลับวิ่งไปดูห้องอื่นๆ อีกสองสามห้อง เพื่อให้แน่ใจว่าคนอื่นๆ ยังคงหลับใหล จากนั้นจึงมองไป๋หลี่พั่งพั่งด้วยความประหลาดใจ“เรื่องมันเป็นอย่างนี้……”เขาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้คุณชายไป๋หลี่ฟังอย่างคร่าวๆ ผู้ฟังพยักหน้าอย่างครุ่นคิด“อย่างนี้นี่เอง ดูเหมือนว่าคนอื่นๆ ที่หมดสติก็น่าจะเหมือนกับผมในตอนแรก จิตวิญญาณถูกใยแมงมุมยักษ์นั่นจับไว้……”“แล้วพวกเขาเป็นยังไงบ้าง?” เสิ่นชิงจู่ถามอย่างร้อนใจ“ไม่เป็นไร แค่ถูกกักขังไว้เท่านั้น ผมช่วยพวกเขาได้” ไป๋หลี่พั่งพั่งยักไหล่“นายช่วยพวกเขาได้เหรอ?” เสิ่นชิงจู่ดีใจ “จริงหรือเปล่า?”“คำพูดของผมเคยเป็นเท็จด้วยเหรอ?”“แล้วจะช่วยยังไง?”“ผมมีวิธีของผมเอง” ไป๋หลี่พั่งพั่งยิ้มอย่างภาคภูมิใจ หยิบแว่นตาเลนส์เดี่ยวออกมาจากกระเป๋า แล้วสวมบนสันจมูกในทันทีที่สวมแว่นตา ไป๋หลี่พั่งพั่งก็เห็นเส้นใยที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าถักทอกันเป็นตาข่ายขนาดใหญ่ลอยอยู่กลางอากาศ ครอบคลุมทั่วทั้งค่ายฝึกอบรมวัตถุต้องห้ามชิ้นน