อย่างสงสัย “ไม่รู้ว่าทำไมครูฝึกยังไม่เป่านกหวีด…”“นานๆ ทีจะมีเช้าที่แสนสบายก็ไม่เลวนะ” หลี่ฉ่าวกวงใช้ผ้าขนหนูเช็ดหน้าพลางแย้มยิ้ม“ตื่นเช้าจนชินแล้ว พอจู่ๆ ว่างขึ้นมา ก็เลยรู้สึกปรับตัวไม่ค่อยได้สินะ” เฉาเยวียนยักไหล่เจิ้งจงพยักหน้าเห็นด้วย อุ้มกะละมังเดินไปที่ราวกั้น มองออกไปยังค่ายฝึกอบรมที่เงียบสงบ ขมวดคิ้วเล็กน้อย“แต่ฉันรู้สึกว่า……มันไม่ค่อยปกตินะ”“ไม่มีอะไรผิดปกติหรอก” โม่หลานสะบัดน้ำออกจากมือ แล้วเดินกลับห้องอย่างสงบ “ครูฝึกไม่เป่านกหวีด ฉันก็จะฝึกยิงปืนเอง ถ้าต้องรอให้คนอื่นมาควบคุมทุกอย่าง ก็ไม่มีวันแข็งแกร่งขึ้นได้หรอก”มองโม่หลานที่ค่อยๆ เดินจากไป หลินชีเยี่ยส่ายหัวเบาๆ ขจัดความคิดที่วุ่นวายออกจากสมอง แล้วล้างหน้าแปรงฟันไม่นานนักเขาก็กลับเข้ามาในห้อง ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกลับไปนั่งสมาธิบนเตียงเวลาผ่านไปทีละนาทีแสงอาทิตย์นอกหน้าต่างยิ่งเจิดจ้าขึ้น เสียงพูดคุยข้างนอกทางเดินก็ดูเหมือนจะดังขึ้นด้วย หลินชีเยี่ยลืมตาขึ้นมองเวลาเจ็ดโมงครึ่งเจ็ดโมงครึ่งแล้วยังไม่เป่านกหวีดอีกหรือ?เด็กหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย ถ้าบอกว่าตอนตีห้าครึ่งไม่เป่านกหวีด อาจเป็นเพราะครูฝึกเกิดมีจิตสำนึกขึ้นมา แต่ตอนนี้ยังไม่เป่าอีก……ส่วนใหญ่แล้วคงเป็นเพราะในค่ายฝึกอบรมแห่งนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่พวกเขาไม่รู้ฝั่งตรงข้าม คุณชายไป๋หลี่ยังคงหลับอยู่บนเตียง นอนแผ่หงาย ท่าทางดูสงบสุขเป็นอย่างยิ่ง……หลินชีเยี