“งั้นก็หมายความว่า……”“แต่แน่นอนว่ามันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น” เฉินมู่เหยี่ยกล่าวต่อ “สัญญาที่สามารถผูกมัดระดับวิญญาณ และส่งผลโดยตรงต่อความคิดนั้นมีค่ามหาศาล แม้แต่ศาสนจักรเทพโบราณก็มีจำนวนไม่มาก แต่ละฉบับจะถูกใช้กับผู้ที่พวกเขาคิดว่ามีคุณค่าและศักยภาพเท่านั้น”“ยิ่งไปกว่านั้น จุดประสงค์หลักของศาสนจักรเทพโบราณในการพัฒนา ‘สาวก’ ก็เพื่อชดเชยปัญหาการขาดแคลนกำลังคน หากเลือกที่จะใช้สาวกเป็นสายลับแฝงตัวในหน่วยพิทักษ์ราตรีหลังจากพัฒนาพวกเขาแล้ว ในแง่หนึ่งก็ถือว่าเป็นการสิ้นเปลือง”“นอกจากนี้ สัญญาประเภทนี้ก็ไม่ได้ควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ ในบางสถานการณ์ ผู้ถูกควบคุมก็สามารถเตือนคนอื่นผ่านการบอกใบ้ได้ เช่นเดียวกับที่หันฉ่าวอวิ๋นกล่าวเมื่อครู่ว่าจะแก้ปัญหาจากรากฐาน ซึ่งก็จัดอยู่ในประเภทนี้ ดังนั้นการปล่อยให้สาวกแฝงตัวในหน่วยพิทักษ์ราตรี จึงมีความเสี่ยงอยู่บ้าง”ได้ยินเช่นนี้ หงอิงก็รู้สึกโล่งอกหลินชีเยี่ยพยักหน้าเล็กน้อย เห็นด้วยว่า หากวิเคราะห์แบบนี้ การแทรกซึมสาวกเข้าไปในหน่วยพิทักษ์ราตรีนั้นไม่คุ้มค่าเสียเลยอย่างไรก็ตาม หากฝ่ายที่ถูกควบคุมอยู่ในตำแหน่งสูง นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง…นี่ไม่ใช่ทฤษฎีสมคบคิดของหลินชีเยี่ย เขาเพียงแค่พิจารณาสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดโดยสัญชาตญาณ การไม่คุ้มค่าไม่ได้หมายความว่าจะไม่ทำ จำนวนน้อยมากไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีเลยการระมัดระวังไว้ก่อนย่อมดีเสมอ“ไม่ว่าอย่างไร การต่อสู้ค