รั้งแรกของปีใหม่ก็ถือว่าจบลงแล้ว สาวกลำดับที่สิบสามนี้ รวมกับขั้นมหาสมุทรอีกคนที่หยวนกังจัดการไป น่าจะเป็นกำลังหลักของการลอบสังหารครั้งนี้ คลื่นลมนี้ก็น่าจะสงบลงแล้ว” เวินฉีโม่ยืดตัวบิดขี้เกียจ“ว่าแต่ น้องชีเยี่ยก็จะกลับค่ายในวันพรุ่งนี้แล้วนะ” หงอิงถอนหายใจ “ครั้งหน้าที่จะได้เจอกันก็คงจะเป็นอีกครึ่งปีข้างหน้า”“ตอนนั้น เขาก็จะเป็นหน่วยพิทักษ์ราตรีที่แท้จริงแล้ว” อู๋เซียงหนานกล่าวพร้อมรอยยิ้มหลินชีเยี่ยยิ้มน้อยๆ “จริงๆ แล้ว……ครึ่งปีก็ผ่านไปเร็วเหมือนกันนะ”เวลาในค่ายฝึกอบรมดูเหมือนจะผ่านไปช้า แต่ในพริบตาก็ผ่านไปแล้ว เขายังจำได้อย่างชัดเจนถึงตอนที่ตัวเองลากกระเป๋าเดินทางสีชมพู มาถึงหน้าค่ายฝึกอบรมเป็นคนแรก“อ้อใช่” เฉินมู่เหยี่ยดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหยุดเดิน “พรุ่งนี้ชวนเพื่อนๆ ของนายมากินข้าวที่บ้านสิ”หลินชีเยี่ยชะงัก“ก่อนหน้านี้เพราะพวกนายทั้งสองคนเป็นเป้าหมายของอีกฝ่าย จึงไม่สะดวกที่จะรวมตัวกันเลยไม่ได้เชิญพวกเขามา ตอนนี้เรื่องราวก็สงบลงแล้ว ยังไงนายก็เป็นเจ้าบ้านเมืองชางหนาน การเชิญมากินข้าวที่บ้านก็เป็นเรื่องที่ควรทำ”“แต่ว่า สำนักงานเป็นฐานที่มั่นของหน่วยพิทักษ์ราตรี นอกจากคนในหน่วย 136 แล้ว คนอื่นก็ไม่ค่อยสะดวกที่จะเข้ามา…” อู๋เซียงหนานกล่าวอย่างครุ่นคิด“มาบ้านฉันสิ!” หงอิงตบอกตัวเอง “บ้านฉันใหญ่พอ!”หลินชีเยี่ยลังเลครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า “ผมจะถามพวกเขาดู……”……บ่ายวันรุ่งขึ