้นหลินชีเยี่ยพาไป๋หลี่พั่งพั่ง เฉาเยวียน และเสิ่นชิงจู่ที่ดูไม่เต็มใจมายืนอยู่หน้าประตูคฤหาสน์ไป๋หลี่พั่งพั่งมองคฤหาสน์ตรงหน้า สลับกับมองหลินชีเยี่ยอย่างประหลาดใจ “โอ้โห ชีเยี่ย ที่พักของนายดีจังเลยนะ!”“นี่เป็นบ้านของเพื่อน ฉันแค่มาพักชั่วคราว” หลินชีเยี่ยยักไหล่เฉาเยวียนสูดดมกลิ่นแล้วกลืนน้ำลาย “ฉันได้กลิ่นเนื้อ……”สองวันมานี้เขาอยู่กับไป๋หลี่พั่งพั่งและเสิ่นชิงจู่ในโรงแรมม่านรูด กินแต่อาหารสั่งเดลิเวอรี่และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประกอบกับอาหารในค่ายทหารที่ไม่ได้เรื่องอยู่แล้ว ทำให้เขาอัดอั้นมานาน“นายไม่ใช่พระหรอกเหรอ?”“ไม่ใช่ ฉันแค่มีธรรมะในใจ”…เสิ่นชิงจู่มองคฤหาสน์ตรงหน้า คิ้วขมวดแน่นพลางกล่าวว่า “ไม่ได้บอกให้นายเชิญเพื่อนมาทานข้าวหรอกเหรอ?ทำไมต้องเรียกฉันมาด้วย?”คนทั้งสามหันมามองเขาด้วยสายตาประหลาดไป๋หลี่พั่งพั่งส่ายหน้าอย่างจนปัญญา เดินเข้ามาตบไหล่แล้วพูดว่า “การทำตัวเย่อหยิ่งก็ต้องมีขอบเขตสิ ที่เรียกคุณมาด้วยก็แปลว่า……”“พวกเราคิดว่าสองวันมานี้คุณทำตัวเป็นเครื่องมือที่ดีมากเลยนะ!”เสิ่นชิงจู่มุมปากกระตุก ปัดมืออดีตเจ้านายออกจากไหล่ แล้วพูดอย่างหงุดหงิดว่า“ไอ้อ้วน นายพูดกับใครเนี่ย?”ไป๋หลี่พั่งพั่งพับแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นแขนขาวๆ สองข้างที่มีนาฬิกาพันอยู่เต็มไปหมด“ดีเลย! ไอ้เสิ่นชิงจู่เอ๊ย เพิ่งจะจ่ายค่าจ้างเสร็จ ก็เริ่มจะเหิมเกริมแล้วสินะ?”หลินชีเยี่ยถอนหายใจ “เล่นกันพอหรือยัง? ถ้า