ยก็ยังสู้ฉันไม่ได้ นี่คือจุดอ่อนที่ไร้ทางแก้” หันฉ่าวอวิ๋นส่ายหน้าอย่างเสียดาย“ฉันรู้” เฉินมู่เหยี่ยกล่าวด้วยใบหน้าเรียบเฉย “ดังนั้น ฉันจึงไม่ได้คิดจะเอาชนะนายคนเดียว……”สิ้นเสียง พลันมีหอกยาวเล่มหนึ่งพุ่งลงมาจากท้องฟ้าพร้อมกับเปลวเพลิงมหาศาล!ตู้ม–!!หอกปักลงพื้น เปลวไฟสีกุหลาบพวยพุ่งราวกับพายุ หลอมละลายหิมะขาวโพลนรอบข้างให้สลายไปในอากาศหันฉ่าวอวิ๋นยืนอยู่ข้างหอก มองเฉินมู่เหยี่ยอย่างสงบแล้วกล่าวว่า“การโจมตีแบบนี้ยังไม่สามารถเอาชนะฉันได้……”ปัง!บนดาดฟ้าอาคารที่อยู่ไกลออกไป ปากกระบอกปืนสีดำพลันเปล่งแสงสว่างเจิดจ้า กระสุนนัดหนึ่งพุ่งทะลุมิติราวกับจะทะลุกาลอวกาศ ชั่วพริบตาก็มาถึงหน้าหันฉ่าวอวิ๋นหันฉ่าวอวิ๋นอุทานเบาๆ พลางเอนศีรษะไปด้านหลัง กระสุนเฉียดผ่านหน้าผากของเขาไป ทิ้งรอยไหม้จางๆ บนผิวหนัง“กระสุนปืนพิเศษงั้นเหรอ?” เขาลูบหน้าผากเบาๆ พลางเอ่ยอย่างประหลาดใจเสียงปืนซุ่มยิงดังขึ้นติดต่อกัน กระสุนแต่ละนัดพุ่งเข้าหาหันฉ่าวอวิ๋นอย่างแม่นยำราวกับมีดวงตา บีบให้เขาต้องเคลื่อนตัวหลบกระสุนซ้ำแล้วซ้ำเล่าในขณะเดียวกัน หลินชีเยี่ยหันไปมองอู๋เซียงหนานที่ยืนนิ่งอยู่ แล้วถามอย่างสงสัย “คุณไม่ไปเหรอ?”“ฉันน่ะเหรอ……” อู๋เซียงหนานเผยรอยยิ้มขมขื่น เขายกมือทั้งสองขึ้น บนฝ่ามือมีรอยแผลเป็นสีแดงเข้ม “ตอนนี้ฉันจับดาบไม่ได้แล้ว และผนึกต้องห้ามของฉันค่อนข้างพิเศษ ต้องใช้ในช่วงสำคัญเท่านั้น ถ้าตอนนี้บุ่มบ่ามเข้าไ