ทานแรงลมได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่เพียงเท่านั้น ทัศนวิสัยที่ถูกบดบังด้วยก็ค่อยๆ ชัดเจนขึ้นหลินชีเยี่ยก้มมอง จึงพบว่าผิวหนังของตนกำลังเปล่งแสงสีขาวจางๆอู๋เซียงหนานที่เปล่งแสงสีขาวเช่นเดียวกัน เดินออกมาจากพายุหิมะ ไม่สนใจผลกระทบจากลมกรรโชกรอบข้างเดินมาหาซือเสี่ยวหนานแล้วลูบหัวเธอ“ทำได้ดีมาก”“นี่คือ……” หลินชีเยี่ยเอ่ยถามอย่างสงสัย“[ผ้าไร้พันธะ] มันสามารถเกาะติดบนผิวหนังของมนุษย์ ช่วยป้องกันผลกระทบจากสภาพแวดล้อมภายนอก ทั้งยังช่วยรักษาบาดแผลและมีพลังป้องกันระดับหนึ่ง”ซือเสี่ยวหนานยืดตัวขึ้น ส่งเสียงฮึดฮัดอย่างภาคภูมิใจ “แม้จะไม่ใช่ผนึกต้องห้ามที่ร้ายกาจอะไร แต่ในยามคับขันก็ยังใช้ประโยชน์ได้นะ”ภายใต้การคุ้มครองของ [ผ้าไร้พันธะ] คนอื่นๆ ก็ลุกขึ้นยืนทีละคน สายตาจับจ้องไปยังผู้ที่ถือทวน อีกฝ่ายกำลังเดินเข้ามาท่ามกลางพายุหิมะ……หันฉ่าวอวิ๋นมองดูผู้คนที่ไม่สนใจพายุหิมะด้วยความประหลาดใจ ในดวงตาปรากฏแววชื่นชม แต่แล้วก็ดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ดวงตาทั้งคู่พลันหม่นลงอีกครั้งเฉินมู่เหยี่ยยืนอยู่ด้านหน้าสุด มือทั้งสองวางอยู่บนด้ามดาบ ลมแรงพัดเสื้อคลุมปลิวไสว ดวงตาของเขาสงบนิ่งราวกับผิวน้ำ“นายเป็นหัวหน้าหน่วยนี้เหรอ?” หันฉ่าวอวิ๋นยืนนิ่งตรงหน้าเฉินมู่เหยี่ย“ใช่”“นายเป็นหัวหน้าหน่วยที่ดี” หันฉ่าวอวิ๋นหยุดชั่วครู่ แล้วพูดต่อ “ดีกว่าฉัน……”“เรื่องของหน่วยพิทักษ์ราตรีในเมืองกูซู ฉันก็เคยได้ยินมาบ้าง” เสียงขอ