งเฉินมู่เหยี่ยดังก้องไปทั่วสายลม“ว่ากันว่า เมื่อห้าปีก่อน หน่วยในเมืองกูซูได้เผชิญหน้ากับ ‘พร่ำรำพัน’ ของศาสนจักรเทพโบราณ สมาชิกแปดคน เสียชีวิตสามคน บาดเจ็บสาหัสอีกสามคน และอีกหนึ่งคนพิการตลอดชีวิต หัวหน้าหันฉ่าวอวิ๋นก็หายตัวไปนับแต่นั้นสองปีต่อมา ก็ปรากฏตัวอีกครั้งในฐานะ ‘สาวก’ ……”หันฉ่าวอวิ๋นขมวดคิ้วเล็กน้อย “นายต้องการจะบอกอะไร?”“ฉันอยากรู้ว่า……นายเป็นสาวกตัวจริง หรือแค่แสร้งทำเป็น?” แสงเย็นยะเยือกวาบผ่านดวงตาของเฉินมู่เหยี่ย“การที่นายเป็นสาวก มีจุดประสงค์แอบแฝงหรือเปล่า? นายเป็นสายลับ……”“นายคิดมากเกินไป” หันฉ่าวอวิ๋นพูดตัดบทเฉินมู่เหยี่ยอย่างใจเย็น “เมื่อใดก็ตามที่เข้าร่วมเป็นสาวก ก็จะกลายเป็นสาวกไปตลอดกาล สัญญาวิญญาณของพวกเขาน่ากลัวยิ่งกว่าที่นายจินตนาการ ไม่ว่าก่อนเข้าร่วมจะมีความคิดหรือจุดประสงค์อะไร หลังจากลงนามในสัญญาแล้ว ทุกอย่างก็จะสลายไปหมด……กลายเป็นหุ่นเชิดของพวกเขาโดยสมบูรณ์”“งั้นนาย……”“ถ้าวันหนึ่ง สมาชิกในหน่วยของนายถูกตรึงบนไม้กางเขน นายมีทางเลือกเพียงสองทาง คือ ต่อสู้จนตัวตายไปพร้อมกับพวกเขา หรือละทิ้งศักดิ์ศรีและอิสรภาพทั้งหมดเพื่อแลกกับชีวิตของคนอื่น……นายจะเลือกอย่างไร?”เฉินมู่เหยี่ยขมวดคิ้วแน่น “พวกเขาใช้วิธีแบบนี้บีบบังคับให้นายลงนามในสัญญางั้นเหรอ?”“วิธีการของศาสนจักรเทพโบราณโหดร้ายยิ่งกว่าที่นายจินตนาการ” หันฉ่าวอวิ๋นส่ายหน้า เกล็ดหิมะรอบตัวเขาทวีความรุนแรงมา