กขึ้นเรื่อยๆ “ไม่ว่าในอดีตฉันจะเป็นใคร หรือผ่านอะไรมา ตอนนี้ฉันก็เป็นแค่สาวกลำดับที่สิบหก หันฉ่าวอวิ๋น…”“ฉัน……กลับไปไม่ได้อีกแล้ว”สิ้นเสียง พลังจิตขั้นมหาสมุทรพลันปะทุออกมาอย่างเต็มที่ แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า!มือที่กำด้ามดาบของเฉินมู่เหยี่ยสั่นเล็กน้อย ข้อนิ้วเริ่มซีดขาวเนื่องจากออกแรงมากเกินไป เขาจ้องมองชายที่ถือทวนตรงหน้าอย่างแน่วแน่ ในใจเต็มไปด้วยความเศร้าสลด……ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาสูดหายใจลึก ดาบคู่ถูกชักออกจากฝัก……“ฉันเข้าใจแล้ว……” เขากล่าวอย่างสงบ “สำหรับสาวก ฉันจะไม่ปรานีเด็ดขาด”ท่ามกลางลมกรรโชก มุมปากของหันฉ่าวอวิ๋นยกขึ้นเล็กน้อยยามดาบคู่ถูกชักออกมา ดวงตาของเฉินมู่เหยี่ยพลันเปล่งประกายมืดมน วงกลมสีดำขนาดใหญ่แผ่ขยายออกไปรอบตัวเขา ความหนาวเย็นสุดขีดพึงมาเยือนผืนแผ่นดิน!ในผนึกต้องห้ามสีดำ เบื้องหลังของเฉินมู่เหยี่ย โครงร่างของวังสีเลือดปรากฏขึ้นอย่างเลือนราง……และเหนือวังแห่งนี้ แขวนป้ายโบราณลึกลับเอาไว้‘วังพญายม!’ในชั่วขณะที่ก้าวเข้าสู่ผนึกต้องห้ามนี้ บรรยากาศรอบตัวเฉินมู่เหยี่ยแปรเปลี่ยนเป็นลึกลับพิศวงขึ้นมาทันใด!หลินชีเยี่ยก็ถูกผนึกต้องห้ามของเฉินมู่เหยี่ยกลืนกินเช่นกัน ความหนาวเย็นยะเยือกแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย ทำให้เขาสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว“นี่คือ……”“ผนึกต้องห้ามของหัวหน้าหน่วย” อู๋เซียงหนานยืนอยู่ข้างๆ อย่างสงบ “ผนึกต้องห้าม ลำดับที่ 037 [เทพเฮยอู่ฉาง]”