่ยพลันเอ่ยขึ้นว่า “ฉันจำนายได้ นายคือหันฉ่าวอวิ๋น อดีตหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ราตรีเมืองกูซู”หันฉ่าวอวิ๋นเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า “แล้วยังไงล่ะ?”“นายก็เคยเป็นหัวหน้าหน่วย แต่ตอนนี้ ทำไมถึงยอมเป็นสุนัขรับใช้ของศาสนจักรเทพโบราณล่ะ?” เฉินมู่เหยี่ยหรี่ตาลง“นายไม่เข้าใจหรอก” หันฉ่าวอวิ๋นค่อยๆ หลับตาลง ไม่สบตากับเฉินมู่เหยี่ยอีกต่อไป เสียงของเขาทุ้มต่ำและแหบพร่า“จนกว่าจะถึงวันที่นายได้เห็นสมาชิกในหน่วยตายต่อหน้าต่อตานายทีละคน……บางที นายอาจจะเข้าใจการเลือกของฉัน”เฉินมู่เหยี่ยขมวดคิ้ว กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่หันฉ่าวอวิ๋นก็เอ่ยอีกครั้ง“ฉันขอเตือนพวกนายเป็นครั้งสุดท้าย เป้าหมายของฉันมีเพียงเด็กหนุ่มคนนั้น ถ้าพวกนายจากไปตอนนี้ ฉันจะไม่ทำร้ายพวกนาย ปล่อยวางซะ อย่าเสียสละโดยเปล่าประโยชน์”เฉินมู่เหยี่ยไม่ได้พูดอะไรเขาไม่จำเป็นต้องพูดเพราะทุกคนรู้ดีว่าเขาจะเลือกอะไรเหลิ่งเซวียนเอื้อมมือไปลูบเบาๆ ที่เอวด้านหลัง แสงสีเงินวาบผ่าน ปืนใหญ่ยิงลูกระเบิดขนาดมหึมาพลันปรากฏขึ้นบนบ่า ในชั่วพริบตาก็เล็งไปที่หันฉ่าวอวิ๋นบนดาดฟ้า แล้วเหนี่ยวไก!ฟิ้ว–!ลูกระเบิดถูกยิงออกจากบ่าของเหลิ่งเซวียน ลากหางเปลวไฟสีขาว พุ่งตรงไปที่หันฉ่าวอวิ๋นในชั่วพริบตา อีกฝ่ายขมวดคิ้ว สะบัดทวนออกไป!ตูม!!!แสงสว่างเจิดจ้าปะทุขึ้นตรงหน้าหันฉ่าวอวิ๋น คลื่นระเบิดอันรุนแรงกำลังจะซัดใส่ตัวเขา แต่ทันใดนั้นลมพายุก็พัดกระหน่ำโดยมีเขาเป็นจุดศูนย