บนยอดเสาสัญญาณแห่งหนึ่งในเมืองชางหนานหญิงสาวคนหนึ่งวางมือบนราวเหล็กอย่างสบายอารมณ์ ปล่อยให้สายลมพัดผ่านเส้นผมหยักศกสีดำเผยให้เห็นใบหน้าที่เย้ายวนและมีเสน่ห์ ดวงตาสองข้างที่มีรูม่านตาแนวตั้งราวกับงูจ้องมองดูเมืองที่กำลังตื่นขึ้นอย่างเชื่องช้า ริมฝีปากเผยรอยยิ้มพิศวงเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเธอหยิบขึ้นมารับสายแล้วพูดอย่างเฉื่อยชา“ฮัลโหล……”“คนที่แฝงตัวอยู่ในค่ายฝึกอบรมถูกเปิดโปง หยวนกังออกจากค่ายแล้ว เวลาของเธอเหลือน้อยลงแล้วนะ” เสียงทุ้มต่ำของชายคนหนึ่งดังมาจากปลายสาย“แหมแหม~” เธอใช้มืออีกข้างเท้าคางไว้พลางเอ่ย “ต้องจบเรื่องเร็วขนาดนี้เลยเหรอ? ฉันยังเล่นไม่หนำใจเลย……”“นางพญาอสรพิษ ฉันว่าฉันคงต้องเตือนเธอแล้วล่ะ การที่เธอมายังเมืองชางหนานไม่ใช่เพื่อมาเล่นสนุก” น้ำเสียงของชายคนนั้นเริ่มจริงจังขึ้น“หลินชีเยี่ยเป็นตัวแทนเทพเจ้าสององค์คนแรกในประวัติศาสตร์ หากไม่สามารถชักชวนเขามาเข้าร่วมกับศาสนจักรเทพโบราณของเราได้ ก็ต้องกำจัดเขาซะ มิฉะนั้น ในอนาคต พวกเราจะต้องเผชิญกับศัตรูที่น่ากลัวกว่าหน้ากากหวังหลายเท่า”“หน้ากากหวังงั้นเหรอ..ครั้งล่าสุดเขาเกือบจะผ่าร่างฉันเป็นสองท่อน โลกนี้ยังมีผู้ชายที่ไร้มารยาทเช่นนี้อยู่ด้วยหรือ” นางพญาอสรพิษถอนหายใจ“เธอยังเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเข้าร่วมกับศาสนจักรเทพโบราณ ขอบเขตพลังก็ยังไม่สูงนัก ครั้งนี้ที่ไปพบกับหลินชีเยี่ยต้องเน้นไปที่การชักชวนเป็นหลัก หากไม่สำเร็จจริงๆ ก