็ให้หันฉ่าวอวิ๋นลงมือสังหารเขาซะ!”“ด้วยฝีมือของหันฉ่าวอวิ๋น ในเมืองชางหนานแห่งนี้ คงมีเพียงหยวนกังเท่านั้นที่สามารถต่อกรกับเขาได้อย่างทัดเทียม แต่ไม่ต้องห่วง ถึงตอนนั้นจะมีคนคอยยื้อหยวนกังเอาไว้เอง”“นอกจากหันฉ่าวอวิ๋นกับหยวนกังแล้ว ในเมืองนี้ยังมีผู้แข็งแกร่งขั้นมหาสมุทรซ่อนอยู่อีกคนงั้นเหรอ……”นางพญาอสรพิษเบิกตากว้างเล็กน้อย“ใช่ แต่เขายื้อหยวนกังไว้ได้ไม่นานหรอกนะ เวลาของเธอมีไม่มากแล้ว”“เข้าใจแล้ว~” นางพญาอสรพิษค่อยๆ ยืดตัวตรง เธอบิดขี้เกียจอย่างเกียจคร้าน ดวงตาจ้องเขม็งไปที่ร้านค้าเล็กๆ แห่งหนึ่งในระยะไกล ราวกับนึกถึงเรื่องน่าสนใจบางอย่าง มุมปากฉีกยิ้มอย่างชั่วร้าย“ตัวแทนเทพเจ้าสององค์งั้นเหรอ… ฟังดูแล้วก็น่าสนใจดีนี่นา”…หลังจากกวาดหิมะเสร็จ หลินชีเยี่ยก็เดินกลับเข้าไปในสำนักงาน เขายกกล่องสีดำสองกล่องขึ้นมาชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะคว้าขนมปีใหม่จากบนโต๊ะใส่กระเป๋าเสื้อไปด้วย“จะออกไปข้างนอกเหรอ?” เฉินมู่เหยี่ยถามขึ้น ขณะเดินออกมาจากครัว“ครับ” หลินชีเยี่ยพยักหน้า “ผมจะไปไหว้ปีใหม่ด้วย”เสียงระเบิดจากโรงแรมม่านรูดเมื่อครู่ยังคงก้องอยู่ในหู ถึงแม้เขาจะไม่คิดว่าเจ้าเด็กอ้วนคนนั้นจะเป็นอะไรไป แต่เพื่อความสบายใจ เขาควรจะไปดูให้เห็นกับตาหากทุกอย่างเรียบร้อยดี เขาก็จะถือโอกาสนี้ไปไหว้ปีใหม่ตามที่บอกไว้และที่สำคัญกว่านั้น พรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายของวันหยุด พวกที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดคงจะไม่นิ่งเ