ไม่เห็นควันหนาทึบพวยพุ่งขึ้นมาแต่ไกล คงคิดว่าเป็นเพียงภาพหลอนของตนเองหลินชีเยี่ยหรี่ตาลง มองไปยังทิศทางที่ควันลอยขึ้นมา“นั่นมัน…”……ตูม!ตูม!!ตูม!!!ลูกไฟหลายลูกปะทุขึ้นภายในโรงแรม เปลวเพลิงเผาผลาญอาคารเก่าแก่จนพังยับเยิน ท่ามกลางกลุ่มควันหนาทึบร่างสามร่างกระโดดลงมาจากหน้าต่างชั้นสองสองร่างแรกลงสู่พื้นอย่างมั่นคง เหลือเพียงนายอ้วนที่ร่วงลงไปกองกับพื้น ก่อนจะลุกขึ้นยืนพลางเอามือลูบก้นแล้ววิ่งตามออกไป“พวกนาย……พวกนายไม่ต้องรีบวิ่งขนาดนั้นก็ได้ รอกันด้วย!”ใบหน้าตุ้ยนุ้ยของคุณชายไป๋หลี่ยังมีรอยแดงระเรื่อจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ เขาอ้าปากตะโกนเสียงดังเสิ่นชิงจู่ขมวดคิ้ว เอื้อมมือออกไปคว้าที่อากาศเบื้องหน้า เพียงชั่วพริบตา อากาศในห้องพักบางส่วนบนชั้นสองของโรงแรมก็ถูกดูดออกไป เปลวไฟที่กำลังลุกไหม้พลันมอดดับลงปลายนิ้วของเขาสะกิดเบาๆ ลูกบอลอากาศพลันพุ่งเข้าใส่เศษแก้วและวัตถุต่างๆ ที่กระเด็นอยู่กลางอากาศปกป้องไป๋หลี่พั่งพั่งได้อย่างปลอดภัยเฉาเยวียนกัดฟันแน่น แบกไป๋หลี่พั่งพั่งขึ้นบ่าอย่างทุลักทุเล แล้ววิ่งไปยังอีกฟากหนึ่งของตรอก“เมื่อคืนฉันบอกให้ดื่มน้อยๆ หน่อยก็ไม่ฟัง วันนี้พอศัตรูบุกมา นายยังไม่สร่างเมาอีก!” เฉาเยวียนแค่นเสียงเย็นชาไป๋หลี่พั่งพั่งเรอเบาๆ พร้อมกับหัวเราะแห้ง “ท่านขุนนางทั้งสองอย่าได้ตื่นตระหนก นายน้อยบอกแล้วไงว่าองครักษ์ของผมคอยคุ้มกันอยู่ในที่ลับตลอด ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก… ไม่มี๊……เฮ