รากลับไปที่โรงอาหารก็กินข้าวได้แล้ว”[อ้อ…] ป้าเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ [ถ้าอย่างนั้น……หลานก็ต้องกินเยอะๆ นะ…]หลินชีเยี่ยย่รู้สึกได้ว่าอารมณ์ของป้าไม่ค่อยดีนัก จึงเอ่ยขึ้นมาว่า “คุณป้าครับ ปีนี้ผมไม่ได้อยู่ฉลองปีใหม่ที่บ้านคุณป้าก็ทานข้าวเย็นวันสิ้นปีให้อร่อยนะครับ”[แน่นอนสิ วางใจได้เลย ป้ากำลังตุ๋นปลาอยู่ในหม้อนี่ กลิ่นหอมมากเลย เดี๋ยวก็จะทำหมูต่อ……แต่……นายไม่ได้อยู่บ้าน พวกเราคงกินไม่หมด]“อาจิ้นกำลังโต คุณป้าต้องให้เขากินเยอะๆ นะครับ”[อืม ใช่แล้ว นายอยากคุยกับน้องชายไหม?]“ครับ”ที่ระเบียง คุณป้าแอบเช็ดน้ำตา ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน แล้วส่งโทรศัพท์ให้อาจิ้น[ฮัลโหล พี่]“อาจิ้น ระหว่างที่ฉันไม่อยู่บ้าน นายไม่ได้ทำอะไรซุ่มซ่ามใช่ไหม?”[แน่นอนว่าไม่มีครับพี่ ทำไมถึงถามแบบนี้ล่ะ?]“……เปล่า ไม่มีอะไร แค่ถามขึ้นมาเฉยๆ”[พี่ ที่นั่นเป็นยังไงบ้าง?]“ก็ดี สบายดี ไม่ต้องเป็นห่วงนะ”[ถ้าเหนื่อยเกินไป กลับมาก็ได้นะ ถึงฟ้าถล่มก็ยังมีคนตัวสูงกว่าคอยรับไว้]หลินชีเยี่ยเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบรับ “อืม”สองพี่น้องถือโทรศัพท์กันอยู่นาน โดยที่ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา……[เอ๊ะ เจ้าเด็กคนนี้ ห่างจากพี่ชายไปนาน กลายเป็นคนแปลกหน้าไปแล้วหรือ?] ป้าเห็นทั้งสองเงียบ จึงหยิบโทรศัพท์มาคุยเสียเอง[เสี่ยวชี ป้าไม่คุยด้วยแล้วนะ ปลาที่ป้าตุ๋นสุกแล้ว ป้าต้องไปยกออกมาก่อน]“ครับคุณป้า”[อืม…]“คุณป้าครับ”[หืม?] หลินชีเยี่ยยืน