“อาจิ้น ตำแหน่งของแผ่นคำอวยพรนี่ดูเหมือนจะต่ำไปหน่อยนะ”“หา? แล้วแบบนี้ล่ะครับ?”“อืม……ดูเหมือนจะเบี้ยวไปทางขวาหน่อย”“แบบนี้ล่ะครับ?”“อืม ใช่ๆ แบบนี้แหละ พอดีแล้ว!”ในทางเดินแคบๆ หยางจิ้นมือถือม้วนกระดาษแผ่นคำอวยพรสีแดงสด ยืนบนม้านั่งเตี้ยๆ ติดแผ่นคำอวยพรบนประตูอย่างตั้งใจ แล้วรีดมุมให้เรียบทุกมุมหลังจากติดแผ่นนี้เสร็จ เขาก็กระโดดลงจากม้านั่งแผ่วเบา หันกลับมาพิจารณาดูแล้วพยักหน้า“คุณแม่ครับ ยังมีที่ไหนต้องติดอีกไหม?”“ยังมีประตูห้องน่ะ ทุกห้องต้องติด!” ป้าหยิบม้วนแผ่นคำอวยพรออกมา เลือกแผ่นที่ดูแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน แผ่นนี้ตัวอักษรใหญ่กว่า สีแดงสดและมีขอบสีทอง“อันนี้ ติดไว้ที่ประตูห้องพี่ชายของลูก เด็กคนนั้นอยู่ไกลบ้าน โชคลาภทั่วไปอาจจะไม่ค่อยได้ผล ป้ายอวยพรนี้แม่ไปขอมาจากร้านโดยเฉพาะ เสียไปตั้งยี่สิบกว่าหยวนแน่ะ!”ป้าพูดอย่างจริงจังพลางถือป้ายอวยพรไว้ในมือ นิ้วลูบขอบเบาๆหยางจิ้นแย้มยิ้ม “คุณแม่ครับ โชคลาภพวกนี้จะมีเรื่องใกล้ไกลอะไรกัน?”“โถ่ เด็กน้อย ลูกจะไปรู้อะไร? นี่เขาเรียกว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่” ป้าจ้องเขม็ง “พี่ชายของลูกอยู่ข้างนอก ชีวิตคงลำบากมาก หวังว่าหลังจากใช้ป้ายอวยพรนี้แล้ว เทพเจ้าทั้งหลายจะช่วยดูแลเขาหน่อย”“เข้าใจแล้วครับ” หยางจิ้นยักไหล่เด็กหนุ่มรับป้ายอวยพรและเทปกาว พลางเปิดประตู ใช้เท้าเตะเจ้าดำน้อยที่นอนอยู่ตรงระเบียงเบาๆ มันลุกขึ้นยืนอย่างเซื่องซึมพลางหาวออกมา แล้วเดิ