นตามคนทั้งสองเข้าบ้านอย่างเกียจคร้านหยางจิ้นติดป้ายอวยพรทีละห้อง ส่วนป้าก็สวมผ้ากันเปื้อน เดินตรงไปที่ครัวเพื่อเตรียมอาหารมื้อส่งท้ายปีป้าพึมพำพลางหั่นผัก “พี่ชายของลูกนี่ก็แปลก ใกล้จะถึงวันปีใหม่แล้ว ยังไม่โทรกลับมาสักที”“อยู่ในค่ายทหาร คงโทรศัพท์บ่อยๆ ไม่ได้หรอกครับ บางทีตอนนี้เขาอาจจะยุ่งอยู่ก็ได้นะ”“เฮ้อ……ช่างเถอะ เดี๋ยวแม่โทรหาเขาเองละกัน ช่วงตรุษจีน อย่างน้อยๆ ก็ต้องถามเขาหน่อยว่ามีอาหารเย็นวันสิ้นปีกินหรือเปล่า”“คุณแม่ครับ คืนนี้ทำกับข้าวน้อยหน่อยก็ได้ ทำเยอะไปพวกเราก็กินกันแค่สองคนไม่ไหวหรอก”มือที่กำลังหั่นผักพลันชะงัก แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาหยางจิ้นเหลือบมองไปทางห้องครัว พลางถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบป้ายอักษร ‘福’ ตัวใหญ่ที่ติดอยู่บนประตูห้องหลินชีเยี่ยด้วยความพึงพอใจ‘ป้ายอันนี้ ติดได้สวยดี’……ด้านนอกอาคารรถตู้สีดำคันหนึ่งจอดอยู่ริมถนน เกล็ดหิมะขาวโพลนปกคลุมไปทั่วทั้งคัน เหลือเพียงกระจกรถไม่กี่บานที่ยังคงเผยให้เห็นสิ่งต่างๆ ภายนอก แต่กระจกเหล่านั้นก็ผ่านการติดฟิล์มแบบพิเศษมาแล้ว เมื่อมองจากด้านนอกจะเห็นเพียงความมืดมิดเท่านั้นชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเบาะคนขับคาบบุหรี่เอาไว้ในปาก ค่อยๆ วางกล้องส่องทางไกลในมือลง แล้วหยิบวิทยุสื่อสารข้างกายขึ้นมา“สกอร์เปียนสามรายงาน ไม่พบความผิดปกติบริเวณรอบๆ เป้าหมาย จบรายงาน”เสียงหนึ่งก็ดังเล็ดลอดออกมาจากวิทยุสื่อสาร“สกอร์เปียนเก้าร