หลินชีเยี่ยและหลี่อี้เฟยต่างก็ยืนนิ่งอยู่กับที่ ภายใต้การล้างสมองอย่างต่อเนื่องของเมอร์ลิน“คุณหมายความว่า……โลกที่เราอาศัยอยู่ ไม่ใช่ของจริง?” หลินชีเยี่ยกล่าวด้วยสีหน้าประหลาดใจ“ใช่”“คุณมีหลักฐานไหม?”“พวกเราเหล่าเทพปกรณัมปรากฏตัวในโลกของพวกเจ้าอย่างกะทันหัน นี่ไม่ใช่หลักฐานหรอกหรือ?”หลินชีเยี่ยขยี้ตา ทันใดนั้นก็รู้สึกว่า……สิ่งที่เมอร์ลินพูดดูเหมือนจะมีเหตุผล“แต่ถ้าโลกที่เราอาศัยอยู่นั้นเป็นสิ่งลวงตา นั่นหมายความว่าตัวตนของเราเองก็เป็นสิ่งลวงตาด้วยงั้นหรือ?” หลี่อี้เฟยอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น“ใช่แล้ว” เมอร์ลินพยักหน้าอย่างเห็นด้วย“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ การดำรงอยู่ที่เป็นสิ่งลวงตาอย่างคุณ จะไปตั้งคำถามถึงความจริงของโลกได้ยังไง?” หลี่อี้เฟยพูดต่อ “เหมือนที่คุณเพิ่งพูดไป ปลาจะไม่ตั้งคำถามกับสิ่งมีชีวิตนอกมหาสมุทร สิ่งมีชีวิตสองมิติจะไม่ตั้งคำถามถึงโลกภายนอกระนาบ……”“ถ้าเช่นนั้น เมื่อคุณเริ่มสงสัยว่าโลกนี้เป็นเพียงสิ่งลวงตา การมีตัวตนของคุณ… ก็ยังเป็นสิ่งลวงตาอยู่รึเปล่า?”ยามเมอร์ลินได้ยินคำพูดของหลี่อี้เฟย เขาราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้าอย่างจัง ตัวแข็งค้างอยู่กับที่หลินชีเยี่ยมองหลี่อี้เฟยด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปในทันที“นาย……นายรู้เรื่องปรัชญาด้วยเหรอ?” เขาโน้มตัวไปใกล้หูหลี่อี้เฟยแล้วกระซิบ“ไม่นี่ ฉันแค่คิดไม่ตกน่ะ” หลี่อี้เฟยเกาหัวหลินชีเยี่ยมองอีกฝ่ายอย่างมีนัยยะ ก่อนจะหันไปมองเมอร์ลิน “คุณบอกว่าคุ