ไม่รู้ว่าไม่ได้ทำความสะอาดมานานแค่ไหนแล้ว มีแต่คราบสกปรก แสงสีชมพูส่องสว่างไปทั่วทั้งห้อง ทำให้บรรยากาศดูแปลกประหลาดขึ้นมาในทันใด“มีเตียงสองเตียง พวกนายนอนบนเตียงเถอะ ฉันนอนพื้นก็ได้” เสิ่นชิงจู่เดินไปที่ข้างหน้าต่าง สังเกตการณ์ข้างนอกอย่างระมัดระวัง แล้วดึงผ้าม่านปิดลงไป๋หลี่พั่งพั่งพยักหน้า “เฉาเยวียน นายนอนเตียงไหน……หืม?”คุณชายไป๋หลี่มองทางเดินว่างเปล่าด้านหลัง แล้วร้องอย่างแปลกใจ…ชั้นล่าง“สวัสดีครับ”“ต้องการอะไรคะ?”“ขอโทษนะครับ พวกคุณมี……แบบนั้นไหม ที่เล่นสามคน สนุก ตื่นเต้น?”“อืม……ก็ไม่เชิงว่าไม่มี ต้องการแบบไหนคะ?”“ไพ่”……หลังจากจัดที่พักให้ไป๋หลี่พั่งพั่งเรียบร้อย หลินชีเยี่ยก็ออกจากโรงแรมราวกับภูตพรายในยามราตรี เคลื่อนกายไปยังคฤหาสน์ของหงอิงอย่างเงียบเชียบผ่านไปเนิ่นนานโดยไม่รู้ตัว เกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้ายามค่ำคืน ประดับประดาถนนอันเงียบสงบหลินชีเยี่ยยื่นมือออกไป รับเกล็ดหิมะเอาไว้ มองมันละลายในอุ้งมือ……หลังจากเงียบไปนาน เขาก็ส่ายหัวอย่างจนใจ“ปีนี้คงไม่ได้ปั้นตุ๊กตาหิมะกับนายแล้วสินะ อาจิ้น…”สิบนาทีต่อมา“ชีเยี่ย ทำไมนายไปนานจัง?” หงอิงผุดลุกขึ้นจากโซฟาทันทีที่เห็นหลินชีเยี่ยกลับมา เธอบ่นอย่างหัวเสีย “ถ้านายยังไม่กลับมา ฉันก็จะออกไปตามหาแล้วนะ!”เวินฉีโม่ที่นอนอยู่บนโซฟาอย่างเกียจคร้านหาวออกมา “ฉันเป็นพยานได้เลย ครึ่งชั่วโมงมานี้ เธอพร่ำถึงนายอย่างน้อยสองร้อยครั้งแล้ว”ห