แหละ”ทั้งสี่คนผลักประตูเข้าไป ดังที่หลินชีเยี่ยกล่าว ไม่ต้องลงทะเบียนใดๆ ห้องพักก็มีไม่น้อย ขณะที่ไป๋หลี่พั่งพั่งกำลังจะเปิดห้องสามห้อง เสิ่นชิงจู่กลับเอ่ยขึ้นว่า“ฉันกับนายพักห้องเดียวกัน”ไป๋หลี่พั่งพั่งร้อง “หา?!”“ในเมื่อตกลงกันแล้วว่าจะคุ้มครองอย่างใกล้ชิด การแยกกันอยู่มีความเสี่ยงมากเกินไป นายนอนบนเตียง ฉันนอนพื้นก็ได้” เสิ่นชิงจู่กล่าวอย่างจริงจังไป๋หลี่พั่งพั่งอึกอัก “เอ่อ……”“ถ้าอย่างนั้น ฉันก็อยู่ด้วยคนละกัน” เฉาเยวียนพูดอย่างใจเย็น “สามคน เล่นไพ่กันได้พอดี”“นี่……”“ตกลงตามนี้”เฉาเยวียนและเสิ่นชิงจู่เลือกห้องให้โดยไม่รอให้เขาแย้ง ทั้งหมดเดินขึ้นบันไดไป เสียงเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้นทุกย่างก้าวที่เหยียบลงบนพื้นยามขึ้นมาถึงชั้นสอง ก็ได้ยินเสียงบางอย่าง……เสียงที่ไม่อาจบรรยายได้ แว่วมาจากห้องต่างๆ รอบตัวเสิ่นชิงจู่ชะงัก รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว แต่ก็ยังคงเชิดหน้าชูตา เดินตรงไปข้างหน้าอย่างองอาจส่วนเฉาเยวียนก้มหน้าลง สวดมนต์เบาๆ ว่า “อมิตาพุทธ”ไป๋หลี่พั่งพั่งมองคนทั้งสองด้วยความประหลาดใจ สีหน้าค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความไม่อยากจะเชื่อ……“พวกนาย……ไม่ใช่ว่ายัง……”“นายไม่ใช่เหรอ?”“ล้อเล่นอะไร ผม……ตอนอายุเจ็ดขวบ ผมก็……”“ถึงแล้ว”เสิ่นชิงจู่เดินมาหยุดที่หน้าห้อง ใช้กุญแจในมือไขประตูออก กลิ่นอับชื้นพลันโชยออกมา เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วก้าวเข้าไปข้างในห้องพักไม่ได้กว้างขวางนัก มีเตียงสองเตียง โคมไฟบนเพดานก็