ังยิ่งขึ้น เขามองหลินชีเยี่ยซึ่งอยู่ใจกลางความมืด แล้วหยุดฝีเท้าราวกับลังเลว่าจะเข้าไปดีหรือไม่หลินชีเยี่ยเลิกคิ้วขึ้น ร่างกายกระโจนเข้าหาเฉาเยวียนผู้คลุ้มคลั่งดุจภูตผีในเมื่ออีกฝ่ายสัมผัสได้ถึงอันตรายของผนึกเทวะแห่งราตรี และไม่ต้องการเข้าใกล้ เขาก็จะพุ่งเข้าไปหาและร่นระยะห่างเอง!เมื่อเห็นว่าหลินชีเยี่ยกล้าบุกเข้ามาหา เฉาเยวียนผู้คลุ้มคลั่งก็มองว่าเป็นการยั่วยุ เขาคำรามลั่นก่อนจะพุ่งเข้าใส่ฝ่ายตรงข้ามเคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!!!ภายในผนึกเทวะแห่งราตรี หลินชีเยี่ยและเฉาเยวียนจอมคลั่งปะทะดาบกันนับสิบกระบวนท่า แสงประกายไฟพลันพวยพุ่ง!ภายใต้รัศมีแห่งอสูร [อนธการกัดกร่อน] ของหลินชีเยี่ยไม่อาจควบคุมสิ่งใดบนร่างของเฉาเยวียนได้ เขาทำได้เพียงพึ่งพาผลของ [นักร่ายรำยามราตรี] ผสานกับ [พิภพเทพ] ที่พัฒนาแล้วต่อสู้กับอีกฝ่ายทว่า [ราชันย์ทมิฬล้างผลาญ] ที่พัฒนาจนถึงขั้นสุดยอดก็แข็งแกร่งเกินกว่าจะคาดคิด ไม่ว่าจะเป็นเปลวเพลิงที่น่าหวั่นเกรง หรือรูปแบบการต่อสู้ที่บ้าคลั่ง ล้วนเป็นฝันร้ายของทุกคนที่อยู่ในระดับเดียวกันหลังจากเผชิญหน้ากันไม่นานนัก เฉาเยวียนกลับสามารถหยุดยั้งการโจมตีของหลินชีเยี่ยได้อย่างง่ายดาย และครองความได้เปรียบในทันทีกรร! กรร! กรร!เฉาเยวียนผู้คลุ้มคลั่งคำรามหลายครั้ง วิชาดาบในมือรวดเร็วยิ่งขึ้น หลินชีเยี่ยต้านทานการโจมตีของอีกฝ่ายอย่างยากลำบาก พลางขมวดคิ้วเล็กน้อยชั่วขณะถัดมา แสงสีทองเจิดจ้า