ลายดาบชายผอมแห้งค่อยๆ หันศีรษะอย่างยากลำบาก เห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ในเงามืดนั้น อ้าปากราวกับจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าคนผู้นั้นกลับดึงดาบออกอย่างรวดเร็ว เลือดสาดกระเซ็น ชายผอมแห้งพลันสิ้นลมหายใจไป๋หลี่พั่งพั่งเห็นคนที่มาก็ร้องอย่างดีใจ “ชีเยี่ย! นายก็มาด้วยเหรอ?”หลินชีเยี่ยเก็บดาบเข้าฝักพลางยักไหล่ “ฉันแค่แวะมาดู แสดงความมีน้ำใจในฐานะเจ้าบ้านสักหน่อย ใครจะไปรู้ว่า……”ผู้พูดมองไปอีกทาง คิ้วขมวดเล็กน้อย“ช่างเถอะ จัดการหมอนั่นก่อนดีกว่า……”ไป๋หลี่พั่งพั่งชะงัก หันไปมองเฉาเยวียนที่ลุกขึ้นจากแอ่งเลือดตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ บนบ่าแบกดาบตรงที่มีเปลวไฟสีดำลุกโชน เยื้อย่างมาหาคนทั้งสองพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม“โชคดีที่นายมา ไม่งั้นผมคงสู้เจ้าหมอนี่ไม่ได้……” ไป๋หลี่พั่งพั่งมองอีกฝ่ายที่ดูราวกับปีศาจ อดสั่นสะท้านไม่ได้“หลังจากบรรลุขั้นฉือ ผนึกต้องห้ามของเขาก็ดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นและดุร้ายยิ่งกว่าเดิม” หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วพลางกล่าว ก่อนจะยื่นมือไปหาไป๋ลี่พั่งพั่ง “ม้วนปิดผนึก”ไป๋ลี่พั่งพั่งล้วงหาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นเทปกาวส่งให้หลินชีเยี่ยพลางถอนหายใจ“ต่อไปเรียกเจ้าสิ่งนี้ว่า ‘ตรวนพรหมจรรย์เฉาเยวียน’ น่าจะเหมาะกว่า……”มุมปากของหลินชีเยี่ยกระตุกเล็กน้อย มือขวากุมดาบตรง ส่วนมือซ้ายพันเทปกาว ความมืดแผ่กระจายออกไปรอบๆ ตัวเขาเฉาเยวียนผู้คลุ้มคลั่งดูเหมือนจะได้กลิ่นอายแห่งความมืด จึงเคลื่อนไหวอย่างระมัดระว